by admin on February 12, 2010
ไม่ได้ตั้งใจจะเปลี่ยนจาก Skin Food BB Aloe หรอกน๊า
แต่พอดีได้เทสเตอร์เมคอัพเบสของ Rhulsean ตัวนี้ค่ะ (อ่านออกเสียงยากชะมัด)
เลยมาลองกันซะหน่อย
เนื้อเบสข้นแต่ไม่เหนียว ไม่หนืด ลักษณะเหมือนแป้งเปียกแต่ไม่เหลวและไม่มีน้ำมันหรือความมันเลย
โดยส่วนตัวจะชอบเกลี่ยๆเบสให้ทั่วบนฝ่ามือก่อน แล้วค่อยแปะๆๆๆลงบนหน้า เพราะรู้สึกว่ามันจะเนียนกว่า และเนื้อเบสไม่หนาหนักจนเกินไป เนื่องจากซึมลงฝ่ามือไปหมดแย้ว 555 เปลืองนะเนี่ย
ส่วนเจ้าตัวนี้ พอบีบลงบนฝ่ามือ ห้ามวอร์มเบส เพราะมันจะซึมหายแว๊บเข้าฝ่ามือทันที และไม่ทิ้งอะไรเหลือไว้ให้ปาดเลย ฮือๆ
ดังนั้นทางที่ดีคือ แต้มห้าจุดบนหน้าแล้วเกลี่ย
เนื้อเบสซึมเข้าหน้าเร็วมากๆ มากจนยังเกลี่ยได้พื้นที่ไม่กว้าง เบสก็ซึมหายหมดแล้ว
ทำให้อาจจะต้องใช้เบสเปลืองอยู่ซักหน่อย เพราะเกลี่ยยังไม่ทันทั่ว เนื้อเบสก็หายไปหมดแล้ว
Rhulsean faille touch make up base # beige
[คลิก! เพื่ออ่านต่อ.....]
Popularity: 13%
by admin on October 6, 2009
by admin on October 6, 2009
by admin on June 27, 2009


ข้อมูลจาก fancl.co.th
Popularity: 5%
by admin on October 1, 2008

ประเดิมโพสต์แรกกัน ก้อขอโพสต์เบสิคพื้นฐานที่สุด (ที่สาวๆ ละเลยกันที่สุด) ดีกว่าค่ะ!
เคยสงสัยกันไหมคะ ว่าทำมั้ยยยทำไม บำรุงโบ๊ะๆๆไปเท่าไร ผิวไม่เห็นจะดีขึ้นมาเลย
ครีมนั่นนี่ ที่คนนั้น คนนี้ว่าดีหนักหนา ทำมั้ยยยทำไมชั้นใช้แล้วไม่เห็นได้ผล!!!
สาว ๆ หลายคนมักจะใช้ครีมตัวนี้ๆๆๆ เพราะว่า “ได้ยินเค้าบอกว่ามันดี”, “ได้ยินเค้าบอกว่าลดสิวได้จริง”
บางครั้งอาการ “ได้ยินเค้าบอกว่า” นี่แหละค่ะ ที่ทำให้เราตัดสินใจซื้อครีม (ซึ่งส่วนมากจะแพง) มาใช้โดยไม่ได้คำนึงว่ามันเหมาะกับผิวเราหรือไม่
การที่ใช้ครีมไม่เหมาะกับผิวของเรา ก้อไม่ต่างอะไรกับการปรุงอาหารผิดสูตรหรอกค่ะ
นั่นคือ “มันกินไม่ได้”!!
ผิวของเรา ก้อกินครีมที่ไม่เหมาะกับลักษณะ หรือปัญหาของผิวไม่ได้เช่นกัน!
ก่อนอื่นเรามารู้จักสภาพผิวของเรากันดีกว่าค่ะ
1.) ผิวมัน : สาวๆ ส่วนมากจะมีผิวมัน รูขุมขนกว้าง เป็นสิวง่าย โดยเฉพาะสาว ๆ ในวัยสวยซ่าอย่างพวกเรา (อ๊ะ!!! ขอแอ๊บเด็กด้วยคน)
คนที่มีผิวมันจริง ๆ นั้น ผิวจะผลิตน้ำมันส่วนเกินออกมามากกว่าปกติ รูขุมขนเปิดกว้าง บางทีก้อมีสิวอักเสบ ที่เห็นชัดเจน, บางทีก้อเป็นสิวเสี้ยน ที่โผล่เป็นหนามแหลมๆ ชี้ๆออกมาให้รำคาญใจบริเวณจมูก และ T-zone
บางทีก้อมีสิวหัวขาว ที่น่าสะกิดออกนัก (มันส์มือ แฮ่มๆๆ)
เอาเป็นว่าผิวมันเนี่ย เราน่าจะรู้จักกันดี และแยกออกได้โดยไม่ต้องอธิบายมาก
วิธีบำรุงรักษา => ทำความสะอาดหน้าให้หมดจด เพื่อกำจัดความมันส่วนเกินบนใบหน้า
และควรจะสครับ+มาส์คผิวอาทิตย์ละครั้ง เพื่อกำจัดพวกเซลล์ผิวเก่าที่อุดตันอยู่ตามรูขุมขนอันกว้างขวางของพวกเรา
ใช้ผลิตภัณฑ์ oil-free ค่ะ ย้ำ! ถ้าไม่อยากทอดไข่บนผิวหน้าของเรา
2.) ผิวธรรมดา : สาวที่มีผิวแบบนี้โชคดีเป็นที่สุดค่ะ
ผิวนุ่มนวลน่าสัมผัส มีสิวบ้างก้อเป็นครั้งคราว ไม่หนักหนาสาหัสจนรับไม่ได้
ผิวมันบ้างช่วงT-zone ในวันที่อากาศร้อนจัด ๆ ไม่ได้ถึงขนาดมันเยิ้มจนทอดไข่ได้ ไม่ต้องคอยซับมันกันทั้งวัน
วิธีบำรุงรักษา => ใช้ครีมบำรุงผิวสำหรับผิวธรรมดาค่ะ ผิวแบบนี้ดูแลรักษาค่อนข้างง่าย แค่ cleanser และ ล้างหน้าให้สะอาดหมดจดแค่นั้น
ถ้ากังวลว่าอีกหน่อยริ้วรอยจะถามหา ให้ทาครีมบำรุงที่มีความชุ่มชื้นสูงๆ นิดนึง ทาข้างแก้ม (บริเวณส่วนตัว U ของใบหน้า) แล้วครีมที่เหลือ ๆ ติดมือนั่นล่ะค่ะ ค่อยทาตรง T-zone
2 ผิวแรก ดูง่าย แยกประเภทได้ชัด แต่ผิวอื่นๆ ถัดไปนี่ล่ะค่ะ ที่ต้องดูกันละเอียดนิดนึง
3.) ผิวแห้ง ขาดน้ำ : สาวๆ หลายคน โดยเฉพาะวัย 25 up จะเริ่มมีอาการผิวแห้ง ขาดน้ำ แต่ยังนึกว่าตัวเองผิวมันค่ะ
ไม่น่าแปลกใจที่จะเข้าใจผิดอย่างนั้น ขนาด BA. เครื่องสำอาง บางครั้งยังแยกไม่ออกเลยค่ะ (จนกว่าเค้าจะได้ใช้ฝ่ามือสัมผัสใบหน้างามๆ ของเราจริง ๆ สัมผัสนะคะ ไม่ใช่ตบ!! เง้ออ)
เพราะหลายครั้ง ผิวที่แห้ง ขาดน้ำเนี่ย จะผลิตน้ำมันส่วนเกินออกมามาก เพื่อชดเชยสมดุลของผิวที่ขาดหายไป และเพื่อปกป้องผิวไม่ให้แห้งกร้านกว่าที่เป็นอยู่
ผิวของเอเองก้อเป็นลักษณะนี้ค่ะ ลึกลงไปใต้ชั้นผิว ขาดน้ำอย่างแรงค่ะ แต่ว่าบนผิวหน้านั้น มัน และรูขุมขนกว้าง
สาเหตุที่ผิวแห้ง ขาดน้ำ => ด้วยวัยที่เพิ่มมากขึ้น โครงข่ายของผิวลดน้อยลง ทำให้การโอบอุ้มความชุ่มชื้นไว้กับผิวลดน้อยลงค่ะ
บางทีก้อเป็นที่ผิวเลยด้วย ที่ผิวมีโครงข่ายของผิวน้อย และห่าง
อาหารการกิน ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอก้อมีส่วนค่ะ
ทางแก้ => ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่เติมน้ำให้กับผิว และ ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นจากครีมตัวอื่นที่เราโบ๊ะๆๆลงไป ให้อยู่กับผิวให้นานที่สุด เช่นพวก emulsion (บางยี่ห้อ) หรือ sleeping pack ต่างๆ
ไม่ควรอย่างยิ่ง => ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ลดความมันของผิว เพราะมันคนละเรื่องกันเลยค่ะ
เหมือนอาหารขาดความเค็มอยู่ แต่คุณไปลดน้ำตาลออกอีก รสชาติมันยิ่งพิลึกค่ะ
4.) ผิวแห้ง มีริ้วรอย : ต่อเนื่องจากข้อ 3.) ค่ะ เมื่อผิวแห้ง ขาดน้ำ โครงข่ายผิวลดน้อยลงเป็นเวลานาน ผิวสวยใสของเรา ก้อจะเริ่มมีริ้วรอยถามหาค่ะ ทั้งบริเวณหางตา, ข้างริมฝีปาก, หน้าผากกกกก
อูยย!! ไม่อยากคิดค่ะ
วิธีสังเกตว่าผิวขาดคอลลาเจน หรือ อิลาสติน => โครงข่ายของผิว เปรียบได้กับการทอผ้าค่ะ อิอิ ใครเคยทอผ้าบ้างคะ มันจะมีเส้นตั้งและเส้นนอนค่ะ
ถ้าผิวมีริ้วรอยบาง ๆ หรือเวลาคีบผิว (ลองคีบผิวช่วงข้างแก้มขึ้นมาก้อได้ค่ะ) แล้วเห็นเป็นเส้นบาง ๆ นั่นคือขาดคอลลาเจน อันเป็นโครงข่ายผิวเส้นนอน
แต่ถ้าผิวข้างแก้มเราเริ่มย้อยลง ใบหน้าไม่เป็นรูปไข่อีกต่อไป นั่นคือขาดอิลาสติน อันเป็นโครงข่ายผิวเส้นตั้งค่ะ
ทางแก้ => ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเสริมสร้างการผลิตคอลลาเจน อิลาสตินให้กับผิว, ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความชุ่มชื้นเข้มข้น
ยิ่งถ้าผิวเป็นริ้วรอยลึก ยิ่งต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความเข้มข้นสูงมากขึ้นตามลำดับค่ะ
5.) ผิวแพ้ง่าย : ผิวตัวปัญหาอีกแบบเลยค่ะ ผิวแบบนี้จะละเอียดอ่อนมากๆ ค่ะ เรียกได้ว่าอะไรนิดอะไรหน่อยก้อแพ้ เป็นจ้ำแดงๆ เห่อขึ้นมา ไม่งั้นก้อเป็นสิวผดผุดพรายทั่วใบหน้า
คนที่ผิวแพ้ง่ายต้องหมั่นสังเกตนะคะ ว่าตัวเองแพ้อะไร เช่น บางคนอาจจะแพ้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบจากนม บ้างแพ้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบจากทะเล (เจอครีม หรือ โทนเนอร์ ที่เขียน marine เนี่ย ให้ห่างไว้เลย)
อย่างเอ เอจะแพ้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากวิตามินซี และ โสมค่ะ ถ้าเป็นวิตามินซีจำนวนน้อยมากๆๆ ก้อยังพอใช้ได้บ้าง แต่ถ้ามีวิตามินซีเป็นหลัก เช่น พวกผลิตภัณฑ์สำหรับหน้าขาวใสเนี่ย เป็นเรื่องค่ะ ผื่นเห่อขึ้นมาทันที
แล้วก้อโสมก้อใช้ไม่ได้เช่นกัน ใช้แล้วจะคัน และจ้ำแดงขึ้นเลยค่ะ
ดังนั้นต้องหมั่นสังเกตตัวเองนะคะ ไม่งั้นแทนที่จะสวย กลายเป็นจ้ำๆ ผื่นๆ หมดกันเลยค่ะ
วิธีบำรุงรักษา => ควรหลีกห่างจากผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสิ่งที่เราแพ้ อย่าเชื่อตามคำคนอื่นบอกค่ะว่าครีมตัวนั้นตัวนี้ดี ต้องดูสภาพผิวของเราเป็นสำคัญค่ะ
และควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของคาโมไมล์ (Chamomile)ซึ่งช่วยในการปลอบประโลม และฟื้นฟูให้ผิวแข็งแรง
รู้จักผิวแล้ว เลือกประเภทของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวให้เหมาะสมนะคะ ผิวจะได้รับสารอาหาร และการบำรุงนั้นอย่างเต็มที่
เรียกได้ว่าให้คุ้มทุกบาท ทุกสตางค์ที่จ่ายไปเลยค่ะ
Popularity: 4%