<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Girliza สวยซ่า หัวจดเท้า : แต่งหน้า เทคนิคการแต่งหน้าและบำรุงผิว รีวิวเครื่องสำอาง &#187; health&amp;body</title>
	<atom:link href="http://www.girliza.com/category/health-body/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.girliza.com</link>
	<description>สวยซ่า หัวจดเท้า : อินเทรนด์ กับ เครื่องสำอาง วิธีแต่งหน้า เทคนิคการแต่งหน้า รีวิวเครื่องสำอาง ครีมบำรุงผิว น้ำหอม คอนแทค บิ๊กอาย แฟชั่น กระเป๋า รองเท้า วิธี fit &#38; firm ให้หุ่นเริ่ด</description>
	<lastBuildDate>Wed, 28 Sep 2011 10:15:21 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>อร่อยกับอาหารเจ ด้วยน้ำมันมะกอก</title>
		<link>http://www.girliza.com/2009/10/12/%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2-olive-oil/</link>
		<comments>http://www.girliza.com/2009/10/12/%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2-olive-oil/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 11 Oct 2009 18:54:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[health&body]]></category>
		<category><![CDATA[Catechin]]></category>
		<category><![CDATA[DHC]]></category>
		<category><![CDATA[DHC Green tea powder]]></category>
		<category><![CDATA[DHC ORO de Genave Extra virgin Olive Oil]]></category>
		<category><![CDATA[Spirulina]]></category>
		<category><![CDATA[ชาเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ดีเอชซี]]></category>
		<category><![CDATA[ต้านอนุมูลอิสระ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันมะกอก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.girliza.com/?p=2653</guid>
		<description><![CDATA[ข่าวฝากประชาสัมพันธ์ จาก DHC จ้าาา ^^ ดีเอชซี (ประเทศไทย) ขอเชิญทุกท่านร่วมกินเจ อิ่มบุญ ได้สุขภาพ ในเทศกาลกินเจ ปีนี้  ไปกับผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ  ทั้ง DHC ORO de Genave Extra virgin Olive Oil  น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ คุณภาพสูงจากฟาร์มชีวภาพ อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ทำให้อาหารที่ปรุงมีความอร่อย แบบถึงรสชาติ DHC Green tea powder ชาเขียวสกัดเข้มข้น ในรูปแบบผงพร้อมชง  อุดมด้วยสาร Catechin ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ชงสะดวก ละลายได้ทันทีทั้งในน้ำร้อนและเย็น และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร DHC Spirulina ผลิตจาก สาหร่ายสไปรูไลนาสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินที่อุดมไปด้วยกรดอะมิโน กรดไขมันที่จำเป็น วิตามินและแร่ธาตุต่างๆ  ช่วยเติมคุณค่าให้คุณได้สุขภาพดีพร้อมอิ่มบุญในช่วงเทศกาลกินเจ ติดต่อสอบถาม DHC Delivery 02-3536-333 No related posts. Related posts [...]


No related posts.

Related posts brought to you by <a href='http://mitcho.com/code/yarpp/'>Yet Another Related Posts Plugin</a>.]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p></p><div id="attachment_2654" class="wp-caption alignnone" style="width: 400px">

	<img class="size-full wp-image-2654" title="DHC ORO de Genave Extra virgin Olive Oil,  DHC Green tea powder, DHC Spirulina" src="http://www.girliza.com/wp-content/uploads/2009/10/DHC-ORO-de-Genave-Extra-virgin-Olive-Oil-DHC-Green-tea-powder-DHC-Spirulina.jpg" alt="DHC ORO de Genave Extra virgin Olive Oil,  DHC Green tea powder, DHC Spirulina" width="400" height="283" />

	<p class="wp-caption-text">DHC ORO de Genave Extra virgin Olive Oil,  DHC Green tea powder, DHC Spirulina</p>
</div>
<p><span id="more-2653"></span></p>
<blockquote><p>ข่าวฝากประชาสัมพันธ์ จาก DHC จ้าาา ^^</p></blockquote>
<p>ดีเอชซี (ประเทศไทย) ขอเชิญทุกท่านร่วมกินเจ อิ่มบุญ ได้สุขภาพ ในเทศกาลกินเจ ปีนี้  ไปกับผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ  ทั้ง DHC ORO de Genave Extra virgin Olive Oil  น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ คุณภาพสูงจากฟาร์มชีวภาพ อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ทำให้อาหารที่ปรุงมีความอร่อย แบบถึงรสชาติ DHC Green tea powder ชาเขียวสกัดเข้มข้น ในรูปแบบผงพร้อมชง  อุดมด้วยสาร Catechin ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ชงสะดวก ละลายได้ทันทีทั้งในน้ำร้อนและเย็น และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร DHC Spirulina ผลิตจาก สาหร่ายสไปรูไลนาสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินที่อุดมไปด้วยกรดอะมิโน กรดไขมันที่จำเป็น วิตามินและแร่ธาตุต่างๆ  ช่วยเติมคุณค่าให้คุณได้สุขภาพดีพร้อมอิ่มบุญในช่วงเทศกาลกินเจ ติดต่อสอบถาม DHC Delivery 02-3536-333</p>
<img src="http://www.girliza.com/?ak_action=api_record_view&id=2653&type=feed" alt="" />

<p>No related posts.</p>
<p>Related posts brought to you by <a href='http://mitcho.com/code/yarpp/'>Yet Another Related Posts Plugin</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.girliza.com/2009/10/12/%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2-olive-oil/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>4 ปัจจัยเสี่ยงมะเร็งปอด</title>
		<link>http://www.girliza.com/2009/06/30/4-%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://www.girliza.com/2009/06/30/4-%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 29 Jun 2009 21:15:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>cosmetic</dc:creator>
				<category><![CDATA[health&body]]></category>
		<category><![CDATA[International journal of cancer]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสี่ยง]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[มะเร็งปอด]]></category>
		<category><![CDATA[สูบบุหรี่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.girliza.com/?p=1828</guid>
		<description><![CDATA[พวกเราคงไม่มีใครอยากเป็นมะเร็งปอด ข่าวดีคือ พวกเราลดความเสี่ยงได้ด้วยการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต (lifestyle) เว็บไซต์ของศูนย์การแพทย์ลอเดสเฮลท์ (Lourdes Medical center of Burlington county, USA) กล่าวว่า ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งปอดมีหลายอย่างที่สำคัญได้แก่ 1) สูบบุหรี่ คนที่สูบบุหรี่ติดต่อกันเป็นเวลานานมีโอกาสเป็นมะเร็งปอด 10 เท่าของคนที่ไม่ได้สูบบุหรี่ วารสารมะเร็งนานาชาติ (International journal of cancer) มีรายงานการศึกษาผู้หญิงที่เป็นมะเร็ง 1,400 คนเทียบกับผู้หญิงที่ไม่ได้เป็นมะเร็ง 1,000 คนพบว่า ญาติสายตรงก็มีส่วนเพิ่มความเสี่ยง ถ้าพ่อแม่หรือพี่น้องเป็นมะเร็งจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 49 % โดยเฉพาะถ้าเป็นมะเร็งปอดก่อนอายุ 60 ปีจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า 2) ไม่สูดควันบุหรี่ คนที่ไม่ได้สูบบุหรี่ แต่สูดควันบุหรี่ที่คนอื่นสูบเข้าไป (secondhand smokers) ก็เสี่ยงต่อมะเร็งเพิ่มขึ้น จึงไม่ควรอนุญาตให้ใครสูบบุหรี่ในบ้านหรือในรถ เช่น นำป้ายห้ามสูบบุหรี่ ฯลฯ ไปติดไว้ให้เห็นชัดเจน เลือกสถานบริการที่มีเขตไม่สูบบุหรี่ เช่น ร้านอาหาร ภัตตาหาร ฯลฯ [...]


No related posts.

Related posts brought to you by <a href='http://mitcho.com/code/yarpp/'>Yet Another Related Posts Plugin</a>.]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p></p><p>พวกเราคงไม่มีใครอยากเป็นมะเร็งปอด ข่าวดีคือ พวกเราลดความเสี่ยงได้ด้วยการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต (lifestyle) <span id="more-1828"></span></p>
<p><a href="http://www.girliza.com/wp-content/uploads/2009/07/4.jpg"><img src="http://www.girliza.com/wp-content/uploads/2009/07/4.jpg" alt="4" width="130" height="85" class="aligncenter size-full wp-image-1829" /></a></p>
<p>เว็บไซต์ของศูนย์การแพทย์ลอเดสเฮลท์ (Lourdes Medical center of Burlington county, USA) กล่าวว่า ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งปอดมีหลายอย่างที่สำคัญได้แก่<br />
<strong>1)           สูบบุหรี่    </strong><br />
คนที่สูบบุหรี่ติดต่อกันเป็นเวลานานมีโอกาสเป็นมะเร็งปอด 10 เท่าของคนที่ไม่ได้สูบบุหรี่<br />
วารสารมะเร็งนานาชาติ (International journal of cancer) มีรายงานการศึกษาผู้หญิงที่เป็นมะเร็ง 1,400 คนเทียบกับผู้หญิงที่ไม่ได้เป็นมะเร็ง 1,000 คนพบว่า<br />
<strong>ญาติสายตรงก็มีส่วนเพิ่มความเสี่ยง ถ้าพ่อแม่หรือพี่น้องเป็นมะเร็งจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 49 % โดยเฉพาะถ้าเป็นมะเร็งปอดก่อนอายุ 60 ปีจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า<br />
2)        ไม่สูดควันบุหรี่       </strong><br />
คนที่ไม่ได้สูบบุหรี่ แต่สูดควันบุหรี่ที่คนอื่นสูบเข้าไป (secondhand smokers) ก็เสี่ยงต่อมะเร็งเพิ่มขึ้น<br />
จึงไม่ควรอนุญาตให้ใครสูบบุหรี่ในบ้านหรือในรถ เช่น นำป้ายห้ามสูบบุหรี่ ฯลฯ ไปติดไว้ให้เห็นชัดเจน<br />
เลือกสถานบริการที่มีเขตไม่สูบบุหรี่ เช่น ร้านอาหาร ภัตตาหาร ฯลฯ ไม่เข้าไปในสถานบันเทิงเริงรมย์ที่มีควันบุหรี่ โดยเฉพาะในห้องปรับอากาศ ส่งเสริมให้คนในครอบครัวและเพื่อนฝูงเลิกบุหรี่<br />
<strong>3)        เรดอน         </strong><br />
เรดอนเป็นแก๊สที่เกิดจากการสลายตัวของสารกัมมันตภาพรังสี(เรเดียม)<br />
แก๊สนี้แทรกตามชั้นหินจากแผ่นดินเข้าไปในบ้าน กลุ่มที่เสี่ยงต่อแก๊สเรดอนเป็นชาวตะวันตก เช่น สหรัฐอเมริกา ฯลฯ ซึ่งมักจะอยู่ในอาคารที่มีบ้านที่ปกปิดมิดชิด<br />
<strong>4)        ใยหิน     </strong><br />
ใยหิน (asbestos) ใช้เป็นฉนวนกันความร้อน เช่น ฝ้าเพดานรุ่นเก่า ส่วนประกอบของผ้าเบรครถยนต์ (รถยนต์ส่วนใหญ่ใช้ผ้าเบรคที่มีใยหิน &#8211; ผู้เขียน) ฯลฯ<br />
จึงไม่ควรอยู่ใกล้ถนนในเมืองใหญ่นานๆ โดยเฉพาะถ้าเลือกได้&#8230; นอกจากนั้นต้องระวังฝุ่นจากการซ่อมผ้าเบรคมากเป็นพิเศษ<br />
<strong>คำแนะนำ:</strong><br />
ไม่ควรใช้ฟืนหุงข้าวในบ้านที่ปกปิดมิดชิด เนื่องจากควันจากการเผาไหม้มีอันตรายต่อปอดในระยะยาว และมีส่วนทำให้เสี่ยงต่อมะเร็งปอดเพิ่มขึ้น</p>
<p><code>อ้างอิง  http://gotoknow.org/blog/health2you/6612</code></p>
<img src="http://www.girliza.com/?ak_action=api_record_view&id=1828&type=feed" alt="" />

<p>No related posts.</p>
<p>Related posts brought to you by <a href='http://mitcho.com/code/yarpp/'>Yet Another Related Posts Plugin</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.girliza.com/2009/06/30/4-%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีรักษาสุขภาพแบบหรรษา</title>
		<link>http://www.girliza.com/2009/06/30/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.girliza.com/2009/06/30/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 29 Jun 2009 20:53:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>cosmetic</dc:creator>
				<category><![CDATA[health&body]]></category>
		<category><![CDATA[antioxidants]]></category>
		<category><![CDATA[Ibex]]></category>
		<category><![CDATA[whole grain]]></category>
		<category><![CDATA[ชาวหรรษา]]></category>
		<category><![CDATA[ต้านอนุมูลอิสระ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังภูเขา]]></category>
		<category><![CDATA[รักษา]]></category>
		<category><![CDATA[รังสีอัลตราไวโอเล็ต]]></category>
		<category><![CDATA[วิถีชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[อายุยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ฮอร์โมน]]></category>
		<category><![CDATA[เทือกเขาหิมาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[เปอร์เซีย]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมสร้างภูมิต้านทาน]]></category>
		<category><![CDATA[แคลเซียม]]></category>
		<category><![CDATA[แพะภูเขา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.girliza.com/?p=1824</guid>
		<description><![CDATA[ชนเผ่าหรรษา มีต้นกำเนิดเป็นทหารของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชชาวกรีกที่ยกทัพไปตีเปอร์เซียและอินเดีย ต่อมาพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ฯ ยกทัพกลับ คนกลุ่มนี้ไม่ยอมกลับ เพราะแต่งงานกับชาวเปอร์เซีย หนีไปอยู่แคว้นฮันซา ซึ่งอาจารย์ท่านเรียกว่า “หรรษา” อยู่ในบริเวณเทือกเขาหิมาลัย ใกล้ชายแดนปากีสถาน จากการศึกษาพบว่า ชาวหรรษามีอายุยืน 100-120 ปี สาเหตุส่วนใหญ่น่าจะมาจากวิถีชีวิต เนื่องจากชาวหรรษาที่อพยพไปอยู่ที่อื่นจะมีอายุสั้นลง สรุปวิถีชีวิตหรือวิธีรักษาสุขภาพไว้ดังต่อไปนี้&#8230; 1) เป็นชาวภูเขา ชาวหรรษาเป็นชาวภูเขาเช่นเดียวกับกลุ่มคนที่มีอายุยืนอื่นๆ ในเปรู เอกวาดอร์ และจอร์เจีย คนเหล่านี้อยู่ในที่ที่ชาวโลกยอมรับกันว่า อากาศดีน้ำดี สมมติฐานอย่างหนึ่งที่อาจทำให้ชาวภูเขาอายุยืนได้แก่ พืชผักในเขตภูเขาได้รับรังสีอัลตราไวโอเล็ตมากกว่าพื้นราบ ทำให้ต้องสร้างสารเม็ดสีหลายชนิดมากขึ้น เพื่อทำหน้าที่กำบังแสงคล้ายกับคนในเขตร้อนที่มักจะมีผิวเข้มมากกว่าคนเขตหนาว เมื่อคนภูเขากินพืชผักเข้าไปจะได้ “พลังภูเขา” หรือสารเม็ดสีจากพืชผักเข้าไปมากกว่าคนพื้นราบ สารเหล่านี้ทำหน้าที่หลายอย่าง เช่น ต้านอนุมูลอิสระ (antioxidants) เสริมสร้างภูมิต้านทาน ฯลฯ 2) กินเนื้อน้อย ชาวหรรษากินเนื้อแพะภูเขา (Ibex) ปีละ 2 ครั้งคือในวันปีใหม่และวันพิธีแต่งงาน การกินโปรตีนจากพืชผักดีกว่าเนื้อหลายอย่าง เช่น พืชผักไม่มีโคเลสเตอรอล มีฮอร์โมนธรรมชาติ มีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่า มีฤทธิ์ค่อนไปทางด่าง ช่วยลดปัญหากรดเกินจากการกินเนื้อ ซึ่งมักจะทำให้เราเสียแคลเซียม ฯลฯ [...]


No related posts.

Related posts brought to you by <a href='http://mitcho.com/code/yarpp/'>Yet Another Related Posts Plugin</a>.]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p></p><p>ชนเผ่าหรรษา มีต้นกำเนิดเป็นทหารของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชชาวกรีกที่ยกทัพไปตีเปอร์เซียและอินเดีย  ต่อมาพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ฯ ยกทัพกลับ คนกลุ่มนี้ไม่ยอมกลับ เพราะแต่งงานกับชาวเปอร์เซีย หนีไปอยู่แคว้นฮันซา ซึ่งอาจารย์ท่านเรียกว่า “หรรษา” อยู่ในบริเวณเทือกเขาหิมาลัย ใกล้ชายแดนปากีสถาน<span id="more-1824"></span></p>
<p><a href="http://www.girliza.com/wp-content/uploads/2009/07/78.jpg"><img src="http://www.girliza.com/wp-content/uploads/2009/07/78.jpg" alt="78" width="126" height="95" class="aligncenter size-full wp-image-1825" /></a></p>
<p>จากการศึกษาพบว่า ชาวหรรษามีอายุยืน 100-120 ปี สาเหตุส่วนใหญ่น่าจะมาจากวิถีชีวิต เนื่องจากชาวหรรษาที่อพยพไปอยู่ที่อื่นจะมีอายุสั้นลง</p>
<p>สรุปวิถีชีวิตหรือวิธีรักษาสุขภาพไว้ดังต่อไปนี้&#8230;</p>
<p><strong>1)           เป็นชาวภูเขา</strong></p>
<p>ชาวหรรษาเป็นชาวภูเขาเช่นเดียวกับกลุ่มคนที่มีอายุยืนอื่นๆ ในเปรู เอกวาดอร์ และจอร์เจีย คนเหล่านี้อยู่ในที่ที่ชาวโลกยอมรับกันว่า อากาศดีน้ำดี </p>
<p>สมมติฐานอย่างหนึ่งที่อาจทำให้ชาวภูเขาอายุยืนได้แก่ พืชผักในเขตภูเขาได้รับรังสีอัลตราไวโอเล็ตมากกว่าพื้นราบ ทำให้ต้องสร้างสารเม็ดสีหลายชนิดมากขึ้น เพื่อทำหน้าที่กำบังแสงคล้ายกับคนในเขตร้อนที่มักจะมีผิวเข้มมากกว่าคนเขตหนาว </p>
<p>เมื่อคนภูเขากินพืชผักเข้าไปจะได้ “พลังภูเขา” หรือสารเม็ดสีจากพืชผักเข้าไปมากกว่าคนพื้นราบ สารเหล่านี้ทำหน้าที่หลายอย่าง เช่น ต้านอนุมูลอิสระ (antioxidants) เสริมสร้างภูมิต้านทาน ฯลฯ</p>
<p><strong>2)        กินเนื้อน้อย</strong></p>
<p>ชาวหรรษากินเนื้อแพะภูเขา (Ibex) ปีละ 2 ครั้งคือในวันปีใหม่และวันพิธีแต่งงาน<br />
การกินโปรตีนจากพืชผักดีกว่าเนื้อหลายอย่าง เช่น พืชผักไม่มีโคเลสเตอรอล มีฮอร์โมนธรรมชาติ มีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่า มีฤทธิ์ค่อนไปทางด่าง ช่วยลดปัญหากรดเกินจากการกินเนื้อ ซึ่งมักจะทำให้เราเสียแคลเซียม ฯลฯ</p>
<p><strong>3)        กินพืชผัก</strong></p>
<p>ชาวหรรษากินพืชผักเป็นอาหารหลักได้แก่ ข้าว ผัก และผลไม้ อาหารประจำเป็นพืชผักได้แก่ ข้าวสาลี ข้าวฟ่าง ลูกเดือย มันฝรั่ง แครอต เทอร์นิป แอ๊ปเปิ้ล เมล็ดพืช และผลไม้<br />
ข้าวที่กินเป็นข้าวครบส่วน (whole grain) หรือข้าวไม่ขัดขาวคล้ายข้าวกล้อง </p>
<p>ผลไม้ที่กินกันมากคือเอพริคอต รูปร่างคล้ายลูกพีชหรือแอ๊ปเปิ้ล กินทั้งสดและทั้งแห้ง(ตากแห้งเก็บไว้กินได้นานๆ)</p>
<p><strong>4)        ดินดีน้ำดี</strong></p>
<p>ดินที่นั่นเป็นดินดำแสดงว่า น่าจะทำเกษตรผสมผสาน หรือเกษตรธรรมชาติที่มีการ “คืน” ความอุดมสมบูรณ์ให้แผ่นดิน เช่น เก็บเกี่ยวแล้วไม่เผาทำลายไร่นา ฯลฯ คืนใบ กิ่งก้าน และลำต้นให้แผ่นดินเป็นปุ๋ยพืชสดหรือปุ๋ยหมัก ทำให้แผ่นดินอุดมสมบูรณ์ไปด้วยดินดำ ไม่ใช้ปุ๋ยและยาฆ่าแมลง</p>
<p>พืชผักดีมาจากดินดีน้ำดี ดินดีน้ำดีมาจากคนดี หรือคนที่รู้จักคืนอะไรให้แผ่นดินบ้าง เมื่อปฏิบัติต่อแผ่นดินดี แผ่นดินก็จะให้พืชผักและชีวิตดีๆ กลับคืนมา&#8230;</p>
<p><strong>5)        ใช้แรง</strong></p>
<p>ชาวหรรษาทำงานเกษตร มีการใช้แรงเดินขึ้นเขาลงเขา ออกแรงทำไร่ทำนา ไม่ใช่งานนั่งโต๊ะ หรือนอนดูโทรทัศน์</p>
<p><strong>6)        สายสัมพันธ์</strong></p>
<p>สังคมชาวหรรษามีสายสัมพันธ์อบอุ่นแบบสังคมตะวันออก คนรุ่นปู่ ย่า&#8230; จนถึงรุ่นเหลน โหลนอยู่ร่วมกันอย่างอบอุ่น&#8230;</p>
<p><code>อ้างอิง  http://gotoknow.org/blog/health2you/6615</code></p>
<img src="http://www.girliza.com/?ak_action=api_record_view&id=1824&type=feed" alt="" />

<p>No related posts.</p>
<p>Related posts brought to you by <a href='http://mitcho.com/code/yarpp/'>Yet Another Related Posts Plugin</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.girliza.com/2009/06/30/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีกินผักครึ่งหนึ่ง</title>
		<link>http://www.girliza.com/2009/06/30/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.girliza.com/2009/06/30/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 29 Jun 2009 18:17:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>cosmetic</dc:creator>
				<category><![CDATA[health&body]]></category>
		<category><![CDATA[antioxidants]]></category>
		<category><![CDATA[กระดูกบาง]]></category>
		<category><![CDATA[กระเทียม]]></category>
		<category><![CDATA[ขับพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสื่อม]]></category>
		<category><![CDATA[ทำลายพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[พืชผัก]]></category>
		<category><![CDATA[มะเร็ง]]></category>
		<category><![CDATA[วัยทอง]]></category>
		<category><![CDATA[สารต้านอนุมูลอิสระ]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[สูงอายุ]]></category>
		<category><![CDATA[ส้ม]]></category>
		<category><![CDATA[หอม]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[เอนไซม์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.girliza.com/?p=1813</guid>
		<description><![CDATA[สถาบันมะเร็งแห่งชาติแนะนำ “ผักครึ่ง อย่างอื่นครึ่ง&#8230;ทุกมื้อ ทุกวัน ป้องกันมะเร็งได้&#8230;” พืชและผลไม้นานาพรรณให้สารอาหาร สารต้านอนุมูลอิสระหรือสารต้านความเสื่อม (antioxidants) ส่งเสริมเอนไซม์ทำลายพิษ และขับพิษออกจากร่างกาย รักษาสมดุลฮอร์โมน ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน และลดไขมันร้าย(โคเลสเตอรอล) โครงการนี้แนะนำผัก ผลไม้ 5 กลุ่ม ซึ่งเราขอแนะนำให้ท่านจำง่ายๆ ว่า “พลังพืชผัก 5 กลุ่มสี” ได้แก่ “แดง เขียว เหลือง ส้ม ขาว” วิธีจำง่ายๆ คือ “แดง-เขียว-เหลือง” เป็นสีแม่สี หรือเป็นสีของไฟจราจร สีส้มเป็นสีของส้มหรือน้ำส้ม&#8230;น้ำผลไม้ประจำมื้อเช้า สีนี้จะช่วยเตือนว่า เราควรจะกินข้าวมื้อเช้า หรือกินอะไรเสียหน่อยก่อนไปทำงาน อย่าลืมว่า อาหารเช้าเป็นมื้อแห่งสุขภาพ เด็กๆ ที่กินอาหารเช้ามักจะเรียนได้ดีขึ้น ผู้ใหญ่ที่กินอาหารเช้าจะช่วยให้โมโหหิวน้อยลง ผู้บริหารควรจะกินอาหารเช้าจะได้ไม่หงุดหงิด หรือใช้คนอื่นเป็นเครื่องระบายอารมณ์ สีขาวจะจำว่า เป็นสีของหอม-กระเทียมก็ได้ หรือจะจำว่าเป็นสีแห่งความสะอาดบริสุทธิ์ ก็ได้ สีนี้จะช่วยเตือนว่า มื้อนี้เราทำความดีอะไรสักอย่าง เช่น ถ้ามีใครทำอาหารให้ก็กล่าวขอบคุณ หรือชมเชยอะไรสักหน่อย ฯลฯ การกินพืชผักมากขึ้น [...]


No related posts.

Related posts brought to you by <a href='http://mitcho.com/code/yarpp/'>Yet Another Related Posts Plugin</a>.]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p></p><p>สถาบันมะเร็งแห่งชาติแนะนำ “ผักครึ่ง อย่างอื่นครึ่ง&#8230;ทุกมื้อ ทุกวัน ป้องกันมะเร็งได้&#8230;” พืชและผลไม้นานาพรรณให้สารอาหาร สารต้านอนุมูลอิสระหรือสารต้านความเสื่อม (antioxidants) ส่งเสริมเอนไซม์ทำลายพิษ และขับพิษออกจากร่างกาย รักษาสมดุลฮอร์โมน ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน และลดไขมันร้าย(โคเลสเตอรอล)<span id="more-1813"></span></p>
<p><a href="http://www.girliza.com/wp-content/uploads/2009/07/images.jpg"><img src="http://www.girliza.com/wp-content/uploads/2009/07/images.jpg" alt="images" width="116" height="116" class="aligncenter size-full wp-image-1814" /></a></p>
<p>โครงการนี้แนะนำผัก ผลไม้ 5 กลุ่ม ซึ่งเราขอแนะนำให้ท่านจำง่ายๆ ว่า “พลังพืชผัก 5 กลุ่มสี” ได้แก่ “แดง เขียว เหลือง ส้ม ขาว”<br />
<strong>วิธีจำง่ายๆ </strong>คือ “แดง-เขียว-เหลือง” เป็นสีแม่สี หรือเป็นสีของไฟจราจร สีส้มเป็นสีของส้มหรือน้ำส้ม&#8230;น้ำผลไม้ประจำมื้อเช้า สีนี้จะช่วยเตือนว่า เราควรจะกินข้าวมื้อเช้า หรือกินอะไรเสียหน่อยก่อนไปทำงาน</p>
<p>อย่าลืมว่า อาหารเช้าเป็นมื้อแห่งสุขภาพ เด็กๆ ที่กินอาหารเช้ามักจะเรียนได้ดีขึ้น ผู้ใหญ่ที่กินอาหารเช้าจะช่วยให้โมโหหิวน้อยลง ผู้บริหารควรจะกินอาหารเช้าจะได้ไม่หงุดหงิด หรือใช้คนอื่นเป็นเครื่องระบายอารมณ์</p>
<p>สีขาวจะจำว่า เป็นสีของหอม-กระเทียมก็ได้ หรือจะจำว่าเป็นสีแห่งความสะอาดบริสุทธิ์ ก็ได้ สีนี้จะช่วยเตือนว่า มื้อนี้เราทำความดีอะไรสักอย่าง เช่น ถ้ามีใครทำอาหารให้ก็กล่าวขอบคุณ หรือชมเชยอะไรสักหน่อย ฯลฯ</p>
<p>การกินพืชผักมากขึ้น โดยเน้นกินผักหลากหลายสีคละกัน กินไขมันน้อยลง และทำดีเพิ่มขึ้นหน่อยจะช่วยให้พลังพืชผัก 5 กลุ่มสีทำงานได้ดีขึ้นมากทีเดียว&#8230; พืชผัก 5 กลุ่มสีมีดังต่อไปนี้<br />
<strong>1)           แดง</strong><br />
สีแดงเป็นสัญลักษณ์ของพืชหลายชนิดที่มีสีแดง เช่น มะเขือเทศ องุ่น แตงโม สตรอเบอรี่ ฯลฯ พืชผักกลุ่มนี้ควรกินทั้งสุกและดิบ การกินสดๆ ช่วยรักษาคุณค่าทางอาหาร ส่วนการกินสุก(ผ่านความร้อนแล้ว เช่น มะเขือเทศนึ่ง ซอสมะเขือเทศ ฯลฯ)ช่วยให้ร่างกายดูดซึมไลโคพีน (lycopene) ในพืชผักกลุ่มสีแดงได้ดีขึ้น<br />
<strong>2)        เขียว</strong><br />
สีเขียวเป็นสัญลักษณ์ของพืชตระกูลกะหล่ำ เช่น บรอคโคลี กะหล่ำปลี ดอกกะหล่ำ คะน้ากวางตุ้ง ผักกาดขาว หัวผักกาด ฯลฯ<br />
<strong>3)        เหลือง</strong><br />
สีเหลืองเป็นสัญลักษณ์ของถั่วเหลือง ถั่วเหลืองมีโปรตีนสูง แคลเซียมสูง มีฮอร์โมนธรรมชาติจากพืช ป้องกันกระดูกบางสำหรับคนสูงอายุ ช่วยลดอาการผู้หญิงวัยทอง<br />
และลดโอกาสเกิดมะเร็งเต้านม<br />
<strong>4)        ส้ม</strong><br />
สีส้มเป็นสัญลักษณ์ของพืชตระกูลส้ม เช่น ส้มชนิดต่างๆ มะกรูด มะนาว ฯลฯ<br />
<strong>5)        ขาว</strong><br />
สีขาวเป็นสัญลักษณ์ของพืชตระกูลหอม-กระเทียม เช่น หอมใหญ่ หอมแดง กระเทียม กุยช่าย ดอกหอม ฯลฯ</p>
<p><code>อ้างอิง  http://gotoknow.org/blog/health2you/6616</code></p>
<img src="http://www.girliza.com/?ak_action=api_record_view&id=1813&type=feed" alt="" />

<p>No related posts.</p>
<p>Related posts brought to you by <a href='http://mitcho.com/code/yarpp/'>Yet Another Related Posts Plugin</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.girliza.com/2009/06/30/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>5 คำแนะนำเรื่องเกลือ</title>
		<link>http://www.girliza.com/2009/06/29/5-%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://www.girliza.com/2009/06/29/5-%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 29 Jun 2009 16:52:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>cosmetic</dc:creator>
				<category><![CDATA[health&body]]></category>
		<category><![CDATA[ป้องกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะความดันเลือดสูง]]></category>
		<category><![CDATA[รสจัด]]></category>
		<category><![CDATA[รสเค็ม]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[เกลือ]]></category>
		<category><![CDATA[เส้นเลือดสมองแตก]]></category>
		<category><![CDATA[เส้นเลือดหัวใจตีบตัน]]></category>
		<category><![CDATA[โซเดียมคลอไรด์]]></category>
		<category><![CDATA[โรคแทรกซ้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ไตวาย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.girliza.com/?p=1703</guid>
		<description><![CDATA[เกลือเป็นเครื่องปรุงรสที่คนส่วนใหญ่ชื่นชอบ อาหารรสเค็ม อาหารรสจัด และอาหารสำเร็จรูปมีเกลือแฝงอยู่ค่อนข้างมาก การกินเกลือมากเกินทำให้เสี่ยงต่อภาวะความดันเลือดสูง ซึ่งมักจะมีโรคแทรกซ้อนตามมา เช่น เส้นเลือดหัวใจตีบตัน เส้นเลือดสมองแตกหรือตีบตัน ไตวาย ฯลฯ คอลัมน์สุขภาพของสำนักข่าว BBC มีคำแนะนำเรื่องเกลือดังต่อไปนี้&#8230; 1) วันละเท่าไร ผู้ชายสหราชอาณาจักร(อังกฤษ สก๊อต เวลช์ ไอร์แลนด์ใต้)กินเกลือวันละ 11 กรัม ผู้หญิงกินเกลือวันละ 8 กรัม ไม่ควรกินเกลือเกินวันละ 1 ช้อนชา เทียบเท่ากับเกลือแกง(โซเดียมคลอไรด์) 6 กรัม เกลือ 1 ช้อนชามีโซเดียม 2.4 กรัม 2) ที่มาของเกลือ คนอังกฤษ(สหราชอาณาจักร)ได้รับเกลือ ¾ จากอาหารสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ เช่น ขนมปัง ซีเรียล(อาหารธัญพืช) หมูเบคอน ฯลฯ ขนมปังที่มีจำหน่ายเติมเกลือ ข้าวหุงไม่มีเกลือ คนไทยควรกินข้าวแทนขนมปัง กินขนมขบเคี้ยวสำเร็จรูปให้น้อยลง ทำอาหารกินเองให้มากขึ้น หรือเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีเกลือน้อยโดยฝึกดูฉลากอาหารให้เป็น 3) ดูฉลากอย่างไร [...]


No related posts.

Related posts brought to you by <a href='http://mitcho.com/code/yarpp/'>Yet Another Related Posts Plugin</a>.]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p></p><p>เกลือเป็นเครื่องปรุงรสที่คนส่วนใหญ่ชื่นชอบ อาหารรสเค็ม อาหารรสจัด และอาหารสำเร็จรูปมีเกลือแฝงอยู่ค่อนข้างมาก การกินเกลือมากเกินทำให้เสี่ยงต่อภาวะความดันเลือดสูง ซึ่งมักจะมีโรคแทรกซ้อนตามมา<span id="more-1703"></span> เช่น เส้นเลือดหัวใจตีบตัน เส้นเลือดสมองแตกหรือตีบตัน ไตวาย ฯลฯ คอลัมน์สุขภาพของสำนักข่าว BBC มีคำแนะนำเรื่องเกลือดังต่อไปนี้&#8230;</p>
<p><a href="http://www.girliza.com/wp-content/uploads/2009/06/33.jpg"><img src="http://www.girliza.com/wp-content/uploads/2009/06/33.jpg" alt="33" width="131" height="90" class="aligncenter size-full wp-image-1714" /></a></p>
<p><strong>1)           วันละเท่าไร</strong><br />
ผู้ชายสหราชอาณาจักร(อังกฤษ สก๊อต เวลช์ ไอร์แลนด์ใต้)กินเกลือวันละ 11 กรัม ผู้หญิงกินเกลือวันละ 8 กรัม ไม่ควรกินเกลือเกินวันละ 1 ช้อนชา เทียบเท่ากับเกลือแกง(โซเดียมคลอไรด์) 6 กรัม เกลือ 1 ช้อนชามีโซเดียม 2.4 กรัม</p>
<p><strong>2)        ที่มาของเกลือ</strong><br />
คนอังกฤษ(สหราชอาณาจักร)ได้รับเกลือ ¾ จากอาหารสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ เช่น ขนมปัง ซีเรียล(อาหารธัญพืช) หมูเบคอน ฯลฯ ขนมปังที่มีจำหน่ายเติมเกลือ ข้าวหุงไม่มีเกลือ คนไทยควรกินข้าวแทนขนมปัง กินขนมขบเคี้ยวสำเร็จรูปให้น้อยลง ทำอาหารกินเองให้มากขึ้น หรือเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีเกลือน้อยโดยฝึกดูฉลากอาหารให้เป็น</p>
<p><strong>3)        ดูฉลากอย่างไร</strong><br />
อาหารที่มีเกลือน้อยคือไม่เกิน 0.25 กรัม หรือโซเดียมไม่เกิน 0.1 ก. อาหารที่มีเกลือมากเกินคือ 1.25 กรัมขึ้นไป หรือโซเดียม 0.5 ก.ขึ้นไป หน่วยนี้คิดจากอาหาร 100 กรัม ฉลากประเทศไทยให้ดูว่า มีโซเดียม(เกลือ)ร้อยละเท่าไร (%) ของมาตรฐานใน 1 วันก็ได้ วันหนึ่งไม่ควรกินโซเดียมเกิน 2.4 กรัม เทียบเป็นเกลือแกง 6 กรัม หรือเท่ากับ 1 ช้อนชาพูน อาหาร(รวมทั้งขนม)สำเร็จรูป รวมทั้งอาหารนอกบ้านส่วนใหญ่มีเกลือมากเกิน</p>
<p><strong>4)        กินหวานให้น้อยลง</strong><br />
อาหารที่มีเกลือสูงไม่ทำให้เรารู้สึกเค็มเสมอไป คนเราจะรู้สึก “เค็ม” น้อยลงถ้าอาหารนั้นเติมน้ำตาล หรือน้ำตาลเทียมเข้าไปจนหวาน ความหวานกลบความเค็มได้ ควรฝึกนิสัยกินหวาน หรือรสจัดน้อยลง เพื่อให้ลิ้นไวต่อรสเค็มมากขึ้น ทำให้ได้รับเกลือน้อยลง</p>
<p><strong>5)        ฝึกไม่เติม</strong><br />
การกินเกลือแต่น้อยเพื่อป้องกัน หรือลดภาวะความดันเลือดสูงไม่ได้หมายถึงการไม่กินเกลือเสียเลย เพียงแต่รู้จักเลือกอาหารที่เค็มน้อยหรือไม่เค็ม(ไม่เติมเกลือ) กินอาหารเค็มจัด เช่น ปลาเค็ม เนื้อเค็ม ฯลฯ ให้น้อยลง และไม่เติมเกลือรูปต่างๆ เข้าไปอีก เช่น  ซอส น้ำปลา ฯลฯ สุขภาพจะดีขึ้นได้ในระยะยาว</p>
<p><code>อ้างอิง   http://gotoknow.org/blog/health2you/6558</code></p>
<img src="http://www.girliza.com/?ak_action=api_record_view&id=1703&type=feed" alt="" />

<p>No related posts.</p>
<p>Related posts brought to you by <a href='http://mitcho.com/code/yarpp/'>Yet Another Related Posts Plugin</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.girliza.com/2009/06/29/5-%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คำแนะนำก่อนขึ้นเครื่อง</title>
		<link>http://www.girliza.com/2009/06/29/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.girliza.com/2009/06/29/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 29 Jun 2009 15:31:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>cosmetic</dc:creator>
				<category><![CDATA[health&body]]></category>
		<category><![CDATA[economy-class syndrome]]></category>
		<category><![CDATA[ขึ้นเครื่อง]]></category>
		<category><![CDATA[ป้องกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะเส้นเลือดดำอุดตัน]]></category>
		<category><![CDATA[รักษาสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ล้างมือ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.girliza.com/?p=1699</guid>
		<description><![CDATA[ภาวะเส้นเลือดดำอุดตัน (deep vein thrombosis / DVT) พบได้บ่อยขึ้นในภาวะที่อิริยาบถไม่สมดุล โดยเฉพาะการนั่งหรือนอนนานๆ เช่น การขึ้นเครื่องบินระยะไกล ฯลฯ ฝรั่งบางคนถึงกับล้มป่วยหรือตายจากการขึ้นเครื่องบิน เนื่องจากลิ่มเลือดจากเส้นเลือดดำที่ขา(น่อง)หลุดไปอุดเส้นเลือดส่วนอื่นๆ เช่น เส้นเลือดในปอด ฯลฯ ภาวะนี้พบในคนที่นั่งเครื่องบินชั้นประหยัดมากกว่าชั้นหนึ่งหรือชั้นธุรกิจ เนื่องจากที่นั่งค่อนข้างแคบ จะลุกไปไหนก็ลำบากกว่าจึงมีชื่อเรียกภาวะนี้ว่า “กลุ่มอาการชั้นประหยัด (economy-class syndrome)” อาจารย์นายแพทย์โรเจอร์ เฮนเดอร์สันแนะนำวิธีป้องกันภาวะเส้นเลือดดำอุดตัน และวิธีรักษาสุขภาพบนเครื่องบินไว้อย่างนี้ 1) ดื่มน้ำ อากาศบนเครื่องบินมีความชื้นสัมพัทธ์ต่ำกว่าผิวดิน (30-80 %) โดยอาจลดลงถึง 3 % ได้ ทำให้น้ำระเหยไปจากผิวหนัง และสูญเสียไปทางลมหายใจมากขึ้น ควรดื่มน้ำให้มากพอทั้งก่อนเดินทาง 1 วัน ระหว่างการเดินทาง และหลังการเดินทาง เมื่อปวดปัสสาวะแล้วพยายามอย่ากลั้นไว้ การกลั้นปัสสาวะนานๆ ในผู้หญิงทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะเพิ่มขึ้น ให้เดินไปปัสสาวะ จะได้ยืดเส้นยืดสายไปในตัว 2) ไม่ดื่มน้ำอัดลม เมื่อเราขึ้นไปอยู่บนที่สูงๆ ความดันอากาศจะลดลง ทำให้อากาศขยายตัวพองออกประมาณ 20 % จึงไม่ควรกินน้ำอัดลม โซดา [...]


No related posts.

Related posts brought to you by <a href='http://mitcho.com/code/yarpp/'>Yet Another Related Posts Plugin</a>.]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p></p><p>ภาวะเส้นเลือดดำอุดตัน (deep vein thrombosis / DVT) พบได้บ่อยขึ้นในภาวะที่อิริยาบถไม่สมดุล โดยเฉพาะการนั่งหรือนอนนานๆ เช่น การขึ้นเครื่องบินระยะไกล ฯลฯ <span id="more-1699"></span></p>
<p><a href="http://www.girliza.com/wp-content/uploads/2009/06/mei-5.jpg"><img src="http://www.girliza.com/wp-content/uploads/2009/06/mei-5.jpg" alt="mei-5" width="120" height="103" class="aligncenter size-full wp-image-1700" /></a></p>
<p>ฝรั่งบางคนถึงกับล้มป่วยหรือตายจากการขึ้นเครื่องบิน เนื่องจากลิ่มเลือดจากเส้นเลือดดำที่ขา(น่อง)หลุดไปอุดเส้นเลือดส่วนอื่นๆ เช่น เส้นเลือดในปอด ฯลฯ</p>
<p>ภาวะนี้พบในคนที่นั่งเครื่องบินชั้นประหยัดมากกว่าชั้นหนึ่งหรือชั้นธุรกิจ เนื่องจากที่นั่งค่อนข้างแคบ จะลุกไปไหนก็ลำบากกว่าจึงมีชื่อเรียกภาวะนี้ว่า “กลุ่มอาการชั้นประหยัด (economy-class syndrome)”</p>
<p>อาจารย์นายแพทย์โรเจอร์ เฮนเดอร์สันแนะนำวิธีป้องกันภาวะเส้นเลือดดำอุดตัน และวิธีรักษาสุขภาพบนเครื่องบินไว้อย่างนี้</p>
<p><strong>1)           ดื่มน้ำ</strong></p>
<p>อากาศบนเครื่องบินมีความชื้นสัมพัทธ์ต่ำกว่าผิวดิน (30-80 %) โดยอาจลดลงถึง 3 % ได้ ทำให้น้ำระเหยไปจากผิวหนัง และสูญเสียไปทางลมหายใจมากขึ้น<br />
ควรดื่มน้ำให้มากพอทั้งก่อนเดินทาง 1 วัน ระหว่างการเดินทาง และหลังการเดินทาง<br />
เมื่อปวดปัสสาวะแล้วพยายามอย่ากลั้นไว้ การกลั้นปัสสาวะนานๆ ในผู้หญิงทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะเพิ่มขึ้น ให้เดินไปปัสสาวะ จะได้ยืดเส้นยืดสายไปในตัว </p>
<p><strong>2)        ไม่ดื่มน้ำอัดลม</strong></p>
<p>เมื่อเราขึ้นไปอยู่บนที่สูงๆ ความดันอากาศจะลดลง ทำให้อากาศขยายตัวพองออกประมาณ 20 % จึงไม่ควรกินน้ำอัดลม โซดา ยิ่งเบียร์ยิ่งไม่ควรดื่มเลย เครื่องดื่มเหล่านี้จะทำให้ท้องอืดแน่นท้องได้ </p>
<p><strong>3)        งดเหล้า</strong></p>
<p>แอลกอฮอล์ (เหล้า เบียร์ ไวน์&#8230;) ออกฤทธิ์เร็วขึ้นบนเครื่องบิน และมีส่วนทำให้ปัสสาวะมากขึ้น จึงควรงดเหล้าระหว่างเดินทาง </p>
<p><strong>4)        ยืดเส้นยืดสาย</strong></p>
<p>การยืดเส้นยืดสายทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น โอกาสเกิดเส้นเลือดอุดตันจะลดลง ถ้าเป็นไปได้&#8230;การลุกขึ้นเดินจะช่วยป้องกันเส้นเลือดอุดตันได้ดีมาก </p>
<p><strong>5). ล้างมือ</strong></p>
<p>การล้างมือด้วยสบู่ช่วยลดการติดเชื้อโรค เช่น หวัด ไข้หวัด ฯลฯ ได้ คนที่เป็นหวัดมักจะไอหรือจาม ทำให้มีเศษเสมหะ น้ำมูก น้ำลายกระเด็นไปติดที่มือ โดยเฉพาะถ้าไอแล้วใช้มือปิดปาก<br />
เมื่อคนไข้จับสิ่งของต่างๆ เช่น ลูกบิดประตู ฯลฯ จะมีเศษสิ่งคัดหลั่งติดอยู่ มือเราอาจจะไปสัมผัสกับสิ่งคัดหลั่งมาป้ายบริเวณจมูก ปาก หรือเกิดการฟุ้งกระจายแล้วหายใจเข้าไปได้ </p>
<p><code>อ้างอิง  http://gotoknow.org/blog/health2you/6563</code></p>
<img src="http://www.girliza.com/?ak_action=api_record_view&id=1699&type=feed" alt="" />

<p>No related posts.</p>
<p>Related posts brought to you by <a href='http://mitcho.com/code/yarpp/'>Yet Another Related Posts Plugin</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.girliza.com/2009/06/29/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีทำให้กระดูกแข็งแรง</title>
		<link>http://www.girliza.com/2009/06/29/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.girliza.com/2009/06/29/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 29 Jun 2009 14:43:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>cosmetic</dc:creator>
				<category><![CDATA[health&body]]></category>
		<category><![CDATA[Calcium craze]]></category>
		<category><![CDATA[phytoestrogen]]></category>
		<category><![CDATA[กระดูกพรุน]]></category>
		<category><![CDATA[กระดูกเปราะ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสื่อม]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ออกกำลังกาย]]></category>
		<category><![CDATA[เซลล์กระดูก]]></category>
		<category><![CDATA[แคลเซียม]]></category>
		<category><![CDATA[แอลกอฮอล์]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟโทเอสโทรเจน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.girliza.com/?p=1694</guid>
		<description><![CDATA[“ผู้หญิงส่วนใหญ่ตกอยู่ในภาวะวิกฤต เนื่องจากกินแคลเซียมไม่เพียงพอต่อความต้องการ” ทำให้เกิดโกลาหลไปทั่ว มีการรณรงค์ให้ดื่มนมเพื่อตั้งธนาคารกระดูก หรือสำรองแคลเซียมไว้ตั้งแต่วัยหนุ่มสาว สื่อมวลชนเรียกเหตุการณ์ตื่นตระหนกครั้งนั้นว่า “แคลเซียมตื่นตูม (Calcium craze)” ท่านอาจารย์เภสัชกรสรจักร ศิริบริรักษ์ เขียนเรื่อง “แคลเซียมกับกระดูก” ไว้ในหนังสือเรื่อง “พลังมหัศจรรย์ในอาหาร” คอลัมน์สาระสุขภาพ ขอนำความรู้ตลอดจนข้อคิดที่อาจารย์เขียนไว้บางส่วนมาสรุปเป็น “10 วิธีเพื่อกระดูกแข็งแรง” 1) เสริมก่อน 30 ดีที่สุด ร่างกายเก็บสะสมแคลเซียมได้ตั้งแต่สมัยอยู่ในครรภ์จนถึงอายุ 30 ปี การเสริมแคลเซียมก่อนอายุ 30 ปีจะได้ผลดีกว่าเสริมหลัง 30 ปี 2) เสริมหลัง 30 ก็ได้ผลดีรองลงไป ถึงแม้อายุจะเกิน 30 ปีแล้ว การเสริมแคลเซียมก็ชะลอความเสื่อมของกระดูกได้ อาหารไทยก็มีแคลเซียมไม่น้อย กุ้งแห้งตัวเล็ก 100 กรัมมีแคลเซียม 2,305 มก. กะปิ 1,565 มก. มะขามฝักสด 429 มก. ยอดแค 395 มก. ยอดสะเดา [...]


No related posts.

Related posts brought to you by <a href='http://mitcho.com/code/yarpp/'>Yet Another Related Posts Plugin</a>.]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p></p><p>“ผู้หญิงส่วนใหญ่ตกอยู่ในภาวะวิกฤต เนื่องจากกินแคลเซียมไม่เพียงพอต่อความต้องการ” ทำให้เกิดโกลาหลไปทั่ว มีการรณรงค์ให้ดื่มนมเพื่อตั้งธนาคารกระดูก หรือสำรองแคลเซียมไว้ตั้งแต่วัยหนุ่มสาว สื่อมวลชนเรียกเหตุการณ์ตื่นตระหนกครั้งนั้นว่า “แคลเซียมตื่นตูม (Calcium craze)”<span id="more-1694"></span></p>
<p><a href="http://www.girliza.com/wp-content/uploads/2009/06/emei-10.jpg"><img src="http://www.girliza.com/wp-content/uploads/2009/06/emei-10.jpg" alt="emei-10" width="124" height="123" class="aligncenter size-full wp-image-1696" /></a></p>
<p>ท่านอาจารย์เภสัชกรสรจักร ศิริบริรักษ์ เขียนเรื่อง “แคลเซียมกับกระดูก” ไว้ในหนังสือเรื่อง “พลังมหัศจรรย์ในอาหาร” คอลัมน์สาระสุขภาพ ขอนำความรู้ตลอดจนข้อคิดที่อาจารย์เขียนไว้บางส่วนมาสรุปเป็น “10 วิธีเพื่อกระดูกแข็งแรง”</p>
<p><strong>1)           เสริมก่อน 30 ดีที่สุด</strong></p>
<p>ร่างกายเก็บสะสมแคลเซียมได้ตั้งแต่สมัยอยู่ในครรภ์จนถึงอายุ 30 ปี การเสริมแคลเซียมก่อนอายุ 30 ปีจะได้ผลดีกว่าเสริมหลัง 30 ปี </p>
<p><strong>2)        เสริมหลัง 30 ก็ได้ผลดีรองลงไป</strong></p>
<p>ถึงแม้อายุจะเกิน 30 ปีแล้ว การเสริมแคลเซียมก็ชะลอความเสื่อมของกระดูกได้ อาหารไทยก็มีแคลเซียมไม่น้อย กุ้งแห้งตัวเล็ก 100 กรัมมีแคลเซียม 2,305 มก. กะปิ 1,565 มก. มะขามฝักสด 429 มก. ยอดแค 395 มก. ยอดสะเดา 354 มก. คะน้า 245 มก. เต้าหู้เหลือง 160 มก. เทียบกับนมสด 118 มก. (หน่วย มก./100 กรัม)</p>
<p><strong>3)        เสริมน้อยๆ บ่อยๆ</strong></p>
<p>แคลเซียมดูดซึมได้สูงสุด 600 มก./มื้อ การเสริมแคลเซียมคราวละน้อยๆ บ่อยๆ แบ่งหลายๆ มื้อจะได้ผลมากกว่ากินแคลเซียมมากๆ มื้อเดียว </p>
<p><strong>4)        ออกกำลังกาย</strong></p>
<p>การออกกำลังกายทำให้แคลเซียมจับกระดูกได้ดีขึ้น เลือกกีฬาหรือการออกกำลังกายในรูปแบบที่ท่านชื่นชอบ ถ้าไม่ทราบจะออกกำลังกายอย่างไรก็ขอแนะนำให้เดิน อายุมากเดินช้าหน่อย อายุน้อยเดินเร็วหน่อย<br />
ถ้าเป็นไปได้, ควรสวมรองเท้าสำหรับจ๊อกกิ้ง(วิ่งเหยาะ)เดินอย่างน้อยวันละ 30 นาที เมื่อร่างกายแข็งแรงขึ้นควรเดินแบบเร็ว (brisk walking) </p>
<p><strong>5)        กินถั่วเหลือง</strong></p>
<p>ถั่วเหลืองมีสารไฟโทเอสโทรเจน(phytoestrogen) ช่วยชะลอความเสื่อมของกระดูกได้ </p>
<p><strong>6)        งดเหล้า เบียร์</strong></p>
<p>แอลกอฮอล์(เหล้า เบียร์ ไวน์&#8230;)มีพิษทำลายเซลล์กระดูก มีการศึกษาจากศพคนที่ตายจากพิษสุราเรื้อรังพบว่า คนเหล่านี้มีกระดูกเสื่อมเกินอายุจริงถึง 40 ปี<br />
มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดศึกษาพบว่า ยิ่งดื่มมาก กระดูกยิ่งเปราะ ผู้หญิงที่ดื่มเบียร์วันละ 2 ขวดเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหัก 2 เท่าเมื่อเทียบกับคนที่ไม่ดื่ม ถ้าดื่มวันละ 4 ขวด อัตราเสี่ยงจะเพิ่มเป็น 7 เท่า </p>
<p><strong>7)        งดบุหรี่</strong></p>
<p>บุหรี่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนเพิ่มขึ้น </p>
<p><strong> <img src='http://www.girliza.com/wp-includes/images/smilies/icon_cool.gif' alt='8)' class='wp-smiley' />        ลดกาแฟ</strong></p>
<p>มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดศึกษาในคน 84,000 คนพบว่า คนที่ดื่มกาแฟเกิน 3 แก้วต่อวันจะเพิ่มอัตราเสี่ยงกระดูกสะโพกหัก 3 เท่า</p>
<p><code>อ้างอิง   http://gotoknow.org/blog/health2you/6565</code></p>
<img src="http://www.girliza.com/?ak_action=api_record_view&id=1694&type=feed" alt="" />

<p>No related posts.</p>
<p>Related posts brought to you by <a href='http://mitcho.com/code/yarpp/'>Yet Another Related Posts Plugin</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.girliza.com/2009/06/29/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>๙ วิธีกินเพื่อสุขภาพหัวใจ</title>
		<link>http://www.girliza.com/2009/06/29/%e0%b9%99-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://www.girliza.com/2009/06/29/%e0%b9%99-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 29 Jun 2009 13:28:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>cosmetic</dc:creator>
				<category><![CDATA[health&body]]></category>
		<category><![CDATA[health]]></category>
		<category><![CDATA[herbal food]]></category>
		<category><![CDATA[ชาเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ต้านอนุมูลอิสระ]]></category>
		<category><![CDATA[ธัญพืช]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันมะกอก]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[หัวใจ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[เส้นเลือดอุดตัน]]></category>
		<category><![CDATA[โคเลสเตอรอล]]></category>
		<category><![CDATA[โอเมก้า-3]]></category>
		<category><![CDATA[ไขมัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.girliza.com/?p=1683</guid>
		<description><![CDATA[การรักษาสุขภาพหัวใจให้เต้นได้นานหน่อยคงต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่าง เช่น ออกกำลังกาย การถนอมอารมณ์เท่าที่จะทำได้ ฯลฯ อาหารก็เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อสุขภาพหัวใจ ศ.ดร. ทวีทอง หงษ์วิวัฒน์ แนะนำ 9 วิธีกินเพื่อสุขภาพหัวใจไว้มากมาย คอลัมน์ “สาระสุขภาพ (Health Tips)” ขอสรุปส่วนหนึ่งมาเรียนเสนออย่างนี้&#8230; 1) ลดไขมัน ลดปริมาณไขมันในอาหาร โดยเฉพาะเนื้อสัตว์และไขมันสัตว์ นมและผลิตภัณฑ์นม ท่านที่ต้องการดื่มนมเสริมควรเลือกนมไขมันต่ำ (low fat) หรือนมไม่มีไขมัน (nonfat) 2) ลดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง ไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง (polyunsaturated fatty acid) เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด ฯลฯ เป็นไขมันที่ดีถ้าใช้แต่น้อย เข้ากับธรรมชาติของ “ของดี” ที่จะดีที่สุดเมื่อใช้อย่าง “พอดี” ถ้าใช้มากเกินไขมันเหล่านี้จะลดโคเลสเตอรอลทั้งชนิดดี (HDL) และชนิดเลว (LDL) การมีโคเลสเตอรอลที่ดี (HDL) ซึ่งเป็นตัวช่วยทำความสะอาดเส้นเลือดลดลงมีผลทำให้ความเสี่ยงต่อโรคหัวใจเพิ่มขึ้น 3) ลดการกินอาหารทอดน้ำมันท่วม การทอดชนิดน้ำมันท่วม (deep fry) ใช้น้ำมันร้อนจัด [...]


No related posts.

Related posts brought to you by <a href='http://mitcho.com/code/yarpp/'>Yet Another Related Posts Plugin</a>.]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p></p><p>การรักษาสุขภาพหัวใจให้เต้นได้นานหน่อยคงต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่าง เช่น ออกกำลังกาย การถนอมอารมณ์เท่าที่จะทำได้ ฯลฯ  อาหารก็เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อสุขภาพหัวใจ<span id="more-1683"></span> ศ.ดร. ทวีทอง หงษ์วิวัฒน์ แนะนำ 9 วิธีกินเพื่อสุขภาพหัวใจไว้มากมาย คอลัมน์ “สาระสุขภาพ (Health Tips)” ขอสรุปส่วนหนึ่งมาเรียนเสนออย่างนี้&#8230;</p>
<p><a href="http://www.girliza.com/wp-content/uploads/2009/06/mma-6.jpg"><img src="http://www.girliza.com/wp-content/uploads/2009/06/mma-6.jpg" alt="mma-6" width="125" height="90" class="aligncenter size-full wp-image-1685" /></a></p>
<p><strong>1)           ลดไขมัน</strong><br />
ลดปริมาณไขมันในอาหาร โดยเฉพาะเนื้อสัตว์และไขมันสัตว์ นมและผลิตภัณฑ์นม ท่านที่ต้องการดื่มนมเสริมควรเลือกนมไขมันต่ำ (low fat) หรือนมไม่มีไขมัน (nonfat)</p>
<p><strong>2)        ลดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง</strong><br />
ไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง (polyunsaturated fatty acid) เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด ฯลฯ เป็นไขมันที่ดีถ้าใช้แต่น้อย เข้ากับธรรมชาติของ “ของดี” ที่จะดีที่สุดเมื่อใช้อย่าง “พอดี” ถ้าใช้มากเกินไขมันเหล่านี้จะลดโคเลสเตอรอลทั้งชนิดดี (HDL) และชนิดเลว (LDL) การมีโคเลสเตอรอลที่ดี (HDL) ซึ่งเป็นตัวช่วยทำความสะอาดเส้นเลือดลดลงมีผลทำให้ความเสี่ยงต่อโรคหัวใจเพิ่มขึ้น</p>
<p><strong>3)        ลดการกินอาหารทอดน้ำมันท่วม</strong><br />
การทอดชนิดน้ำมันท่วม (deep fry) ใช้น้ำมันร้อนจัด ถ้าใช้น้ำมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด ฯลฯ จะทำให้เกิดกรดไขมันไขมันแปรรูปหรือไขมันทรานส์ (trans fatty acid) ซึ่งมีพิษต่อร่างกาย การผัดน้ำมัน (semi-fry) โดยระวังไม่ให้น้ำมันร้อนจัด หรือใช้น้ำมันที่มีจุดเดือดสูง เช่น น้ำมันปาล์มทอด ฯลฯ ช่วยลดโอกาสเกิดกรดไขมันทรานส์หรือไขมันแปรรูปได้</p>
<p><strong>4)        ใช้น้ำมันมะกอก</strong><br />
น้ำมันมะกอกมีไขมันอิ่มตัวตำแหน่งเดียว (monounsaturated fatty acid) สูงถึง 70 % ช่วยลดโคเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) มีส่วนช่วยเพิ่มโคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) และช่วยลดการจับตัวกันเป็นกลุ่มของเกล็ดเลือด ซึ่งมีส่วนทำให้เส้นเลือดอุดตัน</p>
<p><strong>5)        กินธัญพืชเต็มรูป ผัก ผลไม้</strong><br />
ธัญพืชเต็มรูป เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังเต็มรูป (whole wheat) ฯลฯ ผัก และผลไม้มีไขมันต่ำ มีกากใยช่วยลดระดับน้ำตาล ลดระดับโคเลสเตอรอล ป้องกันโรคอ้วน มีสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidants) ป้องกันไม่ให้เส้นเลือดถูกทำลายได้ง่าย มีเกลือแร่โพแทสเซียมที่มีส่วนช่วยลดความดันเลือด</p>
<p><strong>6)        กินปลา</strong><br />
ปลาและอาหารอื่นๆ ที่มีไขมันชนิดดีพิเศษ(โอเมก้า-3) เช่น ปลาทู ปลากะพงขาว ปลาอินทรี ปลาสลิด ปลาจะละเม็ดขาว ปลาดุกอุย ปลาสำลี ปลาสวาย ปลาช่อน ปลากราย ฯลฯ ช่วยลดการจับตัวกันเป็นกลุ่มของเกล็ดเลือด ซึ่งมีส่วนทำให้เส้นเลือดอุดตัน ถั่วเหลือง เมล็ดฟักทอง เมล็ดดอกทานตะวันก็มีโอเมก้า-3 แต่ไม่มากเท่าน้ำมันปลาทะเล</p>
<p><strong>7)        กินถั่ว นัท และเมล็ดพืช</strong><br />
ถั่ว นัท และเมล็ดพืชมีกากใย สารต้านอนุมูลอิสระ มีไขมันชนิดดี(รวมทั้งโอเมก้า-3)ช่วยถนอมหัวใจและเส้นเลือด อย่างไรก็ตาม, ไม่ควรกินมากเกิน เนื่องจากอาจจะทำให้ได้รับไขมันมากเกิน</p>
<p><strong> <img src='http://www.girliza.com/wp-includes/images/smilies/icon_cool.gif' alt='8)' class='wp-smiley' />        กินเครื่องเทศและสมุนไพร</strong><br />
อาหารไทยได้ชื่อว่าเป็น “อาหารสมุนไพร (herbal food)” สมุนไพรในอาหารมีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยป้องกันไม่ให้เส้นเลือดถูกทำลายได้ง่าย เครื่องเทศที่โดดเด่นมากสำหรับการถนอมสุขภาพหัวใจได้แก่ หอม กระเทียม และขมิ้น</p>
<p><strong>9)        ดื่มชาเขียว</strong><br />
ศ.ดร. ทวีทองท่านแนะนำเพิ่มเติมไว้ว่า ต้องไม่สูบบุหรี่ ออกกำลังกายเป็นประจำ รู้จักผ่อนคลายความตึงเครียดด้วย สุขภาพหัวใจจึงจะสมบูรณ์แข็งแรง&#8230; คอลัมน์ “สาระสุขภาพ (Health Tips)” ขอส่งแรงใจเชียร์ให้ท่านผู้อ่านทุกท่านทำตามคำแนะนำนี้ได้ และมีสุขภาพหัวใจดีไปนานๆ</p>
<p><code>อ้างอิง  http://gotoknow.org/blog/health2you/6568</code></p>
<img src="http://www.girliza.com/?ak_action=api_record_view&id=1683&type=feed" alt="" />

<p>No related posts.</p>
<p>Related posts brought to you by <a href='http://mitcho.com/code/yarpp/'>Yet Another Related Posts Plugin</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.girliza.com/2009/06/29/%e0%b9%99-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คำแนะนำเรื่องอาหารเสริม</title>
		<link>http://www.girliza.com/2009/06/29/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://www.girliza.com/2009/06/29/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 29 Jun 2009 13:18:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>cosmetic</dc:creator>
				<category><![CDATA[health&body]]></category>
		<category><![CDATA[ความดันเลือดสูง]]></category>
		<category><![CDATA[ต้านอนุมูลอิสระ]]></category>
		<category><![CDATA[ยาอายุวัฒนะ]]></category>
		<category><![CDATA[สรรพคุณ]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเสริม]]></category>
		<category><![CDATA[เบาหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[เส้นเลือดสมองแตก]]></category>
		<category><![CDATA[โรคมะเร็ง]]></category>
		<category><![CDATA[โรคหัวใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.girliza.com/?p=1677</guid>
		<description><![CDATA[ยุคนี้เป็นยุคของคนรักสุขภาพ มีการโฆษณาอาหารเสริมมากมายชวนให้เคลิบเคลิ้มราวกับเป็นยาอายุวัฒนะอะไรทำนองนั้น เรามีเรื่องเกี่ยวกับอาหารเสริมมาเล่าสู่กันฟัง 1) อาหารเสริมได้ผลจริงหรือไม่ อ.พญ. จันทร์เพ็ญ ชูประภาวรรณ นักวิจัยคุณภาพที่หวังดีต่อประชาชนท่านหนึ่งได้ทบทวนงานวิจัยทั่วโลกหลายพันชิ้นพบว่า ไม่ได้มีสรรพคุณตามที่อ้างเลย 2) ถ้าอย่างนั้น&#8230; จะหันไปกินอะไรดี งานวิจัยหลายชิ้น และรายงานการประชุมนานาชาติของแพทย์โรคมะเร็งทั่วโลกยืนยันตรงกันว่า ผักและผลไม้ธรรมชาติมีคุณค่าจริง เส้นใยในข้าวกล้อง ถั่ว ผัก ผลไม้ช่วยควบคุมน้ำหนัก ลดความเสี่ยงต่อโรคอ้วน เบาหวาน ความดันเลือดสูง โรคหัวใจ โรคเส้นเลือดสมองแตก-ตีบตัน ลดอัมพฤกษ์ ลดอัมพาต ต้านอนุมูลอิสระที่ทำให้เกิดความเสื่อมและความแก่ ถ้ากินผัก ผลไม้เป็นประจำคือวันละ 4 ขีด (400 กรัม) จะลดอุบัติการณ์มะเร็งได้ตั้งแต่ร้อยละ 20-80 ทีเดียว อ้างอิง http://gotoknow.org/blog/health2you/6546 No related posts. Related posts brought to you by Yet Another Related Posts Plugin.


No related posts.

Related posts brought to you by <a href='http://mitcho.com/code/yarpp/'>Yet Another Related Posts Plugin</a>.]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p></p><p>ยุคนี้เป็นยุคของคนรักสุขภาพ มีการโฆษณาอาหารเสริมมากมายชวนให้เคลิบเคลิ้มราวกับเป็นยาอายุวัฒนะอะไรทำนองนั้น เรามีเรื่องเกี่ยวกับอาหารเสริมมาเล่าสู่กันฟัง<span id="more-1677"></span></p>
<p><a href="http://www.girliza.com/wp-content/uploads/2009/06/mma-2.jpg"><img src="http://www.girliza.com/wp-content/uploads/2009/06/mma-2.jpg" alt="mma-2" width="120" height="94" class="aligncenter size-full wp-image-1679" /></a></p>
<p><strong>1)           อาหารเสริมได้ผลจริงหรือไม่             </strong>             </p>
<p>อ.พญ. จันทร์เพ็ญ ชูประภาวรรณ นักวิจัยคุณภาพที่หวังดีต่อประชาชนท่านหนึ่งได้ทบทวนงานวิจัยทั่วโลกหลายพันชิ้นพบว่า ไม่ได้มีสรรพคุณตามที่อ้างเลย</p>
<p><strong>2)        ถ้าอย่างนั้น&#8230; จะหันไปกินอะไรดี         </strong>              </p>
<p>งานวิจัยหลายชิ้น และรายงานการประชุมนานาชาติของแพทย์โรคมะเร็งทั่วโลกยืนยันตรงกันว่า ผักและผลไม้ธรรมชาติมีคุณค่าจริง </p>
<p>เส้นใยในข้าวกล้อง ถั่ว ผัก ผลไม้ช่วยควบคุมน้ำหนัก ลดความเสี่ยงต่อโรคอ้วน เบาหวาน ความดันเลือดสูง โรคหัวใจ โรคเส้นเลือดสมองแตก-ตีบตัน ลดอัมพฤกษ์ ลดอัมพาต ต้านอนุมูลอิสระที่ทำให้เกิดความเสื่อมและความแก่<br />
ถ้ากินผัก ผลไม้เป็นประจำคือวันละ 4 ขีด (400 กรัม) จะลดอุบัติการณ์มะเร็งได้ตั้งแต่ร้อยละ 20-80 ทีเดียว</p>
<p><code>อ้างอิง  http://gotoknow.org/blog/health2you/6546</code></p>
<img src="http://www.girliza.com/?ak_action=api_record_view&id=1677&type=feed" alt="" />

<p>No related posts.</p>
<p>Related posts brought to you by <a href='http://mitcho.com/code/yarpp/'>Yet Another Related Posts Plugin</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.girliza.com/2009/06/29/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เหตุผลที่ควรกินเต้าหู้</title>
		<link>http://www.girliza.com/2009/06/29/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b9%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://www.girliza.com/2009/06/29/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b9%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 28 Jun 2009 18:41:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>cosmetic</dc:creator>
				<category><![CDATA[health&body]]></category>
		<category><![CDATA[phytochemicals]]></category>
		<category><![CDATA[ต้านอนุมูลอิสระ]]></category>
		<category><![CDATA[ถั่วเหลือง]]></category>
		<category><![CDATA[ป้องกัน]]></category>
		<category><![CDATA[มะเร็ง]]></category>
		<category><![CDATA[รักษาสมดุล]]></category>
		<category><![CDATA[วัยทอง]]></category>
		<category><![CDATA[วิตามิน]]></category>
		<category><![CDATA[สารพลังพืชผัก]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ฮอร์โมน]]></category>
		<category><![CDATA[เกลือแร่]]></category>
		<category><![CDATA[เต้าหู้]]></category>
		<category><![CDATA[เต้าหู้ขาวแข็ง]]></category>
		<category><![CDATA[เต้าหู้แข็งเหลือง]]></category>
		<category><![CDATA[เนื้อไร้กระดูก]]></category>
		<category><![CDATA[เหล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[แคลเซียม]]></category>
		<category><![CDATA[โปรตีน]]></category>
		<category><![CDATA[โปแทสเซียม]]></category>
		<category><![CDATA[โภชนาการ]]></category>
		<category><![CDATA[ไอโซฟลาโวน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.girliza.com/?p=1757</guid>
		<description><![CDATA[เต้าหู้ได้ชื่อว่าเป็น “เนื้อไร้กระดูก” เพราะเป็นโปรตีนที่มีคุณภาพสูง ราคาไม่แพง และย่อยง่าย กระบวนการผลิตเต้าหู้ใช้น้ำ ความร้อน แรงกด และเกลือแร่ทำให้เกิดการตกตะกอน แม้จะทำให้เสียวิตะมินบีไปบางส่วนจากการใช้น้ำและความร้อน แต่ก็ทำให้แคลเซียมและเหล็กเพิ่มขึ้นจากการกดรีดน้ำออกไป หากใช้เกลือแคลเซียมซัลเฟตจะทำให้แคลเซียมสูงขึ้น เต้าหู้แต่ละชนิดจึงมีคุณค่าต่างกันไป ตำนานเล่าว่า ขุนนางลิ่วอันแห่งฮูนหนาน ราชวงศ์ฮั่นเป็นข้าราชการซื่อสัตย์ ไม่ยอมรับสินบน จึงไม่มีเงินซื้อเนื้อหมู เป็ด ไก่มากิน จึงคิดค้นการทำเต้าหู้จากถั่วเหลืองมากินแทน จึงมีคำเปรียบเปรยข้าราชการที่ซื่อสัตย์ว่าเป็น “ข้าราชการเต้าหู้” คอลัมน์ “สาระสุขภาพ (Health Tips)” ขอนำเหตุผลที่ควรกินเต้าหู้จากหนังสือ “กินดีสุขภาพดี:โภชนาการทางเลือกและซูเปอร์อาหารสุขภาพ” ของศ.ดร. ทวีทอง หงษ์วิวัฒน์มาเล่าสู่กันฟัง&#8230; 1) มีโปรตีน เต้าหู้มีโปรตีนประมาณ 11 % ใกล้เคียงกับไข่ (13 %) คุณภาพของโปรตีนในเต้าหู้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับเนื้อไก่และเนื้อวัว เต้าหู้ก้อน (227 กรัม) มีโปรตีน 11.5 กรัม คิดเป็นร้อยละ 27 ของโปรตีนที่ผู้ใหญ่ต้องการใน 1 วัน ถ้ากินร่วมกับข้าวกล้องจะได้โปรตีนที่ดียิ่งขึ้น เต้าหู้ที่มีโปรตีนสูงจะเป็นเต้าหู้ที่ค่อนข้างแข็งได้แก่ เต้าหู้ขาวแข็ง [...]


No related posts.

Related posts brought to you by <a href='http://mitcho.com/code/yarpp/'>Yet Another Related Posts Plugin</a>.]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p></p><p>เต้าหู้ได้ชื่อว่าเป็น <strong>“เนื้อไร้กระดูก</strong>” เพราะเป็นโปรตีนที่มีคุณภาพสูง ราคาไม่แพง และย่อยง่าย กระบวนการผลิตเต้าหู้ใช้น้ำ ความร้อน แรงกด และเกลือแร่ทำให้เกิดการตกตะกอน  แม้จะทำให้เสียวิตะมินบีไปบางส่วนจากการใช้น้ำและความร้อน แต่ก็ทำให้แคลเซียมและเหล็กเพิ่มขึ้นจากการกดรีดน้ำออกไป หากใช้เกลือแคลเซียมซัลเฟตจะทำให้แคลเซียมสูงขึ้น เต้าหู้แต่ละชนิดจึงมีคุณค่าต่างกันไป <span id="more-1757"></span></p>
<p><a href="http://www.girliza.com/wp-content/uploads/2009/06/18.jpg"><img src="http://www.girliza.com/wp-content/uploads/2009/06/18.jpg" alt="18" width="124" height="124" class="aligncenter size-full wp-image-1764" /></a></p>
<p><strong>ตำนานเล่าว่า</strong> ขุนนางลิ่วอันแห่งฮูนหนาน ราชวงศ์ฮั่นเป็นข้าราชการซื่อสัตย์ ไม่ยอมรับสินบน จึงไม่มีเงินซื้อเนื้อหมู เป็ด ไก่มากิน จึงคิดค้นการทำเต้าหู้จากถั่วเหลืองมากินแทน จึงมีคำเปรียบเปรยข้าราชการที่ซื่อสัตย์ว่าเป็น <strong>“ข้าราชการเต้าหู้”</strong><br />
คอลัมน์ “สาระสุขภาพ (Health Tips)” ขอนำเหตุผลที่ควรกินเต้าหู้จากหนังสือ “กินดีสุขภาพดี:โภชนาการทางเลือกและซูเปอร์อาหารสุขภาพ” ของศ.ดร. ทวีทอง หงษ์วิวัฒน์มาเล่าสู่กันฟัง&#8230;</p>
<p><strong>1)           มีโปรตีน</strong><br />
เต้าหู้มีโปรตีนประมาณ 11 % ใกล้เคียงกับไข่ (13 %) คุณภาพของโปรตีนในเต้าหู้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับเนื้อไก่และเนื้อวัว เต้าหู้ก้อน (227 กรัม) มีโปรตีน 11.5 กรัม คิดเป็นร้อยละ 27 ของโปรตีนที่ผู้ใหญ่ต้องการใน 1 วัน ถ้ากินร่วมกับข้าวกล้องจะได้โปรตีนที่ดียิ่งขึ้น เต้าหู้ที่มีโปรตีนสูงจะเป็นเต้าหู้ที่ค่อนข้างแข็งได้แก่ เต้าหู้ขาวแข็ง และเต้าหู้แข็งเหลือง(มีน้ำขมิ้นผสม)</p>
<p><strong>2)        มีแคลเซียมและโปแทสเซียม</strong><br />
เต้าหู้มีแคลเซียมสูงกว่าพืชผักอื่นๆ ทั้งหมด ช่วยป้องกันโรคกระดูกบางหรือกระดูกพรุนในผู้สูงอายุ เต้าหู้มีโปแทสเซียมซึ่งมีส่วนช่วยลดความดันเลือด และรักษาสมดุลเกลือแร่ในร่างกาย เต้าหู้หลอดมีแคลเซียมต่ำกว่าเต้าหู้แข็งและเต้าฮวย เนื่องจากไม่ได้ใช้เกลือแคลเซียมในกระบวนการผลิต(ทำให้ตกตะกอน)</p>
<p><strong>3)        มีสารพลังพืชผัก</strong><br />
เต้าหู้มีสารพลังพืชผัก (phytochemicals) เช่น ไอโซฟลาโวน ฯลฯ สารเหล่านี้ช่วยป้องกันมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งเต้านม ฯลฯ ต้านอนุมูลอิสระ ฮอร์โมนธรรมชาติในถั่วเหลืองและเต้าหู้ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนในผู้หญิงวัยทอง</p>
<p><strong>4)        ไม่มีรสชาดในตัวเอง</strong><br />
เต้าหู้ไม่มีรสชาดในตัวเอง จึงนำไปปรุงกับอาหารอื่นๆ ได้อย่างกว้างขวาง ถ้าเปรียบกับคน, เต้าหู้ก็คงจะคล้ายคนไทยตรงที่เป็นคน “น่ารัก” หรือ “น่าคบ” ปรับตัวเข้ากับคนอื่นๆ รอบข้างได้ง่าย นอกจากควรกินเต้าหู้แล้ว เราควรเรียนอะไรจากเต้าหู้บ้าง เช่น ซื่อสัตย์ให้เหมือนข้าราชการเต้าหู้ และหัดทำตัวให้น่ารักแบบเต้าหู้ อย่างนี้จึงจะเข้าถึงปรัชญาแบบ “เต้าหู้”&#8230;</p>
<p><code>อ้างอิง  http://gotoknow.org/blog/health2you/6556</code></p>
<img src="http://www.girliza.com/?ak_action=api_record_view&id=1757&type=feed" alt="" />

<p>No related posts.</p>
<p>Related posts brought to you by <a href='http://mitcho.com/code/yarpp/'>Yet Another Related Posts Plugin</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.girliza.com/2009/06/29/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b9%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

