From the category archives:

ครีมบำรุงผิว เครื่องสำอาง

จาก คอลเลคชั่นล่าสุดของ Anna Sui สำหรับเทศกาลคริสต์มาสต์ที่จะมาถึง

เลยขอพาสาวๆ นั่งไทม์แมชชีนกลับไปดูคอลเลคชั่นก่อนหน้านี้ของ Anna Sui ซึ่งเป็นสีสันแบ็คกราวด์ของ Anna Sui คอลเลคชั่นคริสต์มาสนี้นะคะ

เพื่ออรรถรสในการอ่าน แนะนำให้เปิดโพสต์นี้ พร้อม โพสต์ Anna Sui คอลเลคชั่นคริสต์มาสต์ 2008 จะเห็นภาพความโดดเด่นด้านการดีไซน์ของ Anna Sui อย่างแรงค่ะ!!

1.) Anna Sui Eye Color Accent J จากคอลเลคชั่น Spring 2008 ที่ผ่านมา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

No. 01 Turquoise Blue & Dark Gray & Peal

 

 

 

 

 

 

 

No. 02 Purple & Silver Gary & Gold Yellow

 

 

 

 

 

 

 

No. 03 Pink & Mocha Brown & Marshmallow Pink

 

 

 

 

 

 

 

รูปคู่กัน ระหว่าง อายแชโดว์ และ กล่องแพ็คเกจจิ้ง เริ่ดดสุดๆๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

2.) Anna Sui Color Powder

 

 

 

 

 

 

 

 

3.) Anna Sui Nail Color N

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มีทั้ง top coat และ base coat ด้วยค่ะ Anna Sui ซะอย่าง เดิ้นน้อยกว่านี้ได้งัย ขวดเลยต้องเป็นรูปดอกกุหลาบเหมือนกัน

 

 

 

 

 

 

ชอบไม่ชอบดีไซน์ หรือว่าอยากรู้อะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Anna Sui ก็โพสต์คอมเมนต์ไว้ได้นะคะ จะพยายามหาข้อมูลของแบรนด์สุดเก๋นี้มาตอบให้จ้าาา

 

 

 

 

 

 

 

Popularity: 3%

{ 0 comments }

line

โฮ่ๆๆๆ รีบคลิกเข้ามา เพราะนึกว่าจะบอกชื่อเคาน์เตอร์ที่ให้เทสต์เครื่องสำอางฟรีล่ะซี้้ ขออภัยที่ทำให้ผิดหวัง อิอิ

 

 

 

เพราะโพสต์นี้ไม่ได้จะมาบอกแหล่งของฟรี
แต่จะมาแนะนำเรื่องเบสิค ๆ ที่สาวๆ ละเลย (อีกแล้ว!) ต่างหาก

จากโพสต์ก่อน ที่บอก เบสิคการเลือกครีมบำรุงผิว
คราวนี้ ก้อเลยมาพูดถึงเบสิคการเลือกเครื่องสำอางบ้าง แต่ก่อนจะไปถึงการเลือกสีสันให้เหมาะกับผิวพรรณของแต่ละนางๆ
เรามาเริ่มที่เบสิคกว่านั้นดีกว่าไหม (ยังมีเบสิคกว่านั้นอีกเร้อะ!?! คำตอบคือ “มี” แถมเป็นเรื่องที่หลายคนไม่ได้ใส่ใจซะด้วย!)

มาเริ่มข้อแรก เวลาคุณเลือกแป้ง จะแป้งพัฟ หรือแป้งฝุ่น คุณเทสต์ตรงไหน?
ตอบได้เลย ร้อยละ 99 บอกว่าเทสต์ตรงท้องแขน โฮ่ๆๆๆ

ซึ่งการเทสต์ตรงนั้น คุณจะไม่ได้ทราบถึงคุณสมบัติที่แ้ท้จริงของแป้งเลย (ปกปิดได้ดีไหม เรียบเนียนไหม คุมมันได้ดีไหม)
เพราะว่าท้องแขนนั้น เป็นส่วนที่เรียบเนียนที่สุด (กว่าอวัยวะอื่นๆ ในบรรดาพวกที่โผล่พ้นร่มผ้าด้วยกัน) ดังนั้น ถ้าคุณเทสต์ตรงนั้น คุณก็จะโดน B.A. หลอกได้ง่ายๆ เลยว่า “เห็นมั้ยคะ แป้งนี้เรียบเนียนเด้งงงงงงจิิงจิ๊งงงงงงง จิงจิงนะค้าาาาาาา ทาแล้วเนียนผ่อง เด้งดึ๋งๆ เลยค่าาาาา”

วิธีเทสต์ที่ให้ได้รู้สรรพคุณกันจริง ๆเลยนะคะ คือเทสต์บนผิวหน้าเลยค่ะ อาจจะลองให้เค้าแต่งหน้าให้ก็ได้ค่ะ
แล้วไปเดินเที่ยวเล่นสักชม. สาวๆ ที่ผิวมัน ก้อจะได้รู้ละค่ะ ว่าแป้งนั้นคุมมันได้ดีจริงไหม ปกปิดรูขุมขน ริ้วรอยได้ดีจริงไหม
สีแป้งนั้น เหมาะกับหน้าเราไหม ไม่ใช่ตอนแรกที่ทาตรงท้องแขน สีเข้ากันเป๊ะ แต่พอทาลงบนผิวหน้าจริง ๆ สีกลับขาววอก ลอยขึ้นมาซะงั้น หรือเดิน ๆ ไปสักพัก เจอเหงื่อ เจอความมันของผิวหน้า แป้งกลับสีหมองๆ ด๋อยลงๆ

สำหรับเอ ด้วยความที่ผิวแห้งมากๆ และ เริ่มมีริ้วรอย (เง้อ T_T ) เอเลยลองบนหลังมือเลยค่ะ โฮะๆๆ เพราะว่ามือเราก้อเิริ่มมีริ้วรอยไม่เรียบเนียนใช่ไหมคะ ถ้าทาลงไปแล้วทำให้หลังมือเราดูเรียบเนียนขึ้น ดูผิวผ่องๆ ใส ๆ ขึ้น แปลว่าผ่าน (สำหรับเอนะคะ ถ้าสาวๆ ที่ผิวมัน มีสิว ใช้สูตรนี้ไม่ได้นะคะ) ที่เหลือก็แค่เลือกเฉดสีให้เข้ากับผิวหน้าเราเท่านั้นเอง

อ่านโพสต์นี้แล้ว ก็อย่าตกเป็นเหยื่อของ B.A. นะคะ แป้งตลับนึงก้อหลายร้อยอยู่ เสียเวลาเลือก เทสต์ดี ๆ ให้มั่นใจว่าเหมาะกับเราจริง ๆ ดีกว่าค่ะ

 

 

 

 

 

โพสต์อ้างอิงจ้า : ชนิดของผิว และ การเลือกครีมบำรุงผิว

 

 

 

 

 

Popularity: 3%

{ 6 comments }

line

ตอนนี้อาจจะงงๆ กันหน่อยนะคะ ที่โหมกระหน่ำอัพเดทสินค้าใหม่ new arrival เหลือเกิน อิอิ

ก็แหม ตอนนี้มีทั้งคอลเลคชั่น autumn/winter 2008 และ คอลเลคชั่น christmas 2008 มาให้เชยชมกันมากมาย อย่ากระพริบตาแล้วกั๊นนน เด๋วจะพลาดสินค้าแจ่มๆ จำนวนจำกัดจ้าาา

สำหรับคอลเลคชั่นใหม่นี้ ใหม่ล่าสุด ซิงๆ เลยค่ะ เพิ่งประกาศออกมาเมื่อวันที่ 23 ต.ค.นี้เอง และ ณ ขณะนี้
(25 ต.ค.) ยังไม่ออกวางจำหน่ายค่ะ

แม้จะเป็นคอลเลคชั่นสำหรับเทศกาลคริสต์มาส แต่ Anna Sui ยังคงคอนเซปท์สวยหรูอลังการ แต่อ่อนหวานแบบ feminine ด้วยลวดลายกุหลาบเอกลักษ์ของแบรนด์เช่นเดิม..

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เรามารู้จักคอลเลคชั่นใหม่นี้กันเลยดีกว่าค่ะ!

1.) Anna Sui Eye Color Accent
คอลเลคชั่นใหม่ มี 3 สี เก๋ไก๋ที่ตัวกล่องก็แบ่งครึ่งออกเป็น 2 สี เฉดเดียวกันเด๊ะกับอายแชโดว์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

2.) Anna Sui Color Powder
คอลเลคชั่นนี้ มีสีใหม่มาเพิ่มเติม 4 สีค่ะ
คือ 008 สีเงิน, 101 สีน้ำเงิน, 201 สีม่วง และ 501 สีทอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

3.) Anna Sui Nail Color N
จัดมาเป็นกิฟท์เซ็ท 2 เซ็ทให้เลือก บรรจุในกระเป๋าหนังสีดำ ลายผีเสื้อ ติดซิป
แน่นอนว่าต้องกลายเป็นของสะสม ที่แฟน ๆ ของ Anna Sui ดั้นด้นหามาไว้ในครอบครอง
จนสินค้าหมดภายในเวลาอันรวดเร็ว แน่นอน ฟันธง!

Popularity: 4%

{ 1 comment }

line

จากโพสต์ก่อนหน้านี้ ที่ได้อัพเดทสินค้าใหม่ ๆ ของ kiss-cosmetics ในส่วนของ make up ไป แต่ยังค่ะ ยัง!!
kiss เค้ายังกลัวสาวๆ อย่างเรา สวยไม่ครบเครื่องค่ะ

เค้าเลยออกยาทาเล็บสีใหม่ๆ มาด้วย ว้ายๆ เอาให้สวยครบเครื่องกันเลยทีเดียว

มีตัวอย่างการนำสียาทาเล็บของคอลเลคชั่นใหม่นี้มาเพนท์ และ ตกแต่งเพชรเล็ก ๆ ด้วยค่ะ

มีตัวอย่างการนำสียาทาเล็บของคอลเลคชั่นใหม่นี้มาเพนท์ และ ตกแต่งเพชรเล็ก ๆ ด้วยค่ะ

Popularity: 2%

{ 0 comments }

line
kiss-cosmetics autumn & winter 2008

kiss-cosmetics autumn & winter 2008

kiss cosmetics มาในมาดสาวเฉี่ยวแต่ขรึม ลึกลับ มีเสน่ห์ เพื่อรับอากาศหนาวเย็นค่ะ โดยเริ่มจาก อายแชโดว์สีใหม่  (Limited Edition) L01 actress ในโทนม่วง ชมพู น้ำตาล

แถมพกมาด้วยวิธีทาอายแชโดว์ค่ะ

เมื่อทาอายแชโดว์สวยแล้ว ก้อตามด้วยอายไลเนอร์ที่ออกใหม่ ภายใต้คอลเลคชั่นนี้เช่นกัน

มีอายไลเนอร์ใหม่แล้ว ก้อต้องมีของใช้คู่กันติดมาด้วย นั่นคือ Mascara Remover ค่ะ แค่ปัดๆๆๆ ทับมาสคาร่า แล้วเช็ดออก มาสคาร่าที่ล้างยากเย็นหนักหนา ก้อจะสลายไปในพริบตา

Get that Look!!! แต่งเสร็จ จะได้ลุคประมาณนี้เลยจ้า!!

Popularity: 2%

{ 0 comments }

line

หนูกินไม่ได้

by admin on October 1, 2008

Darphin Chamomile Aromatic Care

ประเดิมโพสต์แรกกัน ก้อขอโพสต์เบสิคพื้นฐานที่สุด (ที่สาวๆ ละเลยกันที่สุด) ดีกว่าค่ะ!

เคยสงสัยกันไหมคะ ว่าทำมั้ยยยทำไม บำรุงโบ๊ะๆๆไปเท่าไร ผิวไม่เห็นจะดีขึ้นมาเลย
ครีมนั่นนี่ ที่คนนั้น คนนี้ว่าดีหนักหนา ทำมั้ยยยทำไมชั้นใช้แล้วไม่เห็นได้ผล!!!

สาว ๆ หลายคนมักจะใช้ครีมตัวนี้ๆๆๆ เพราะว่า “ได้ยินเค้าบอกว่ามันดี”, “ได้ยินเค้าบอกว่าลดสิวได้จริง”
บางครั้งอาการ “ได้ยินเค้าบอกว่า” นี่แหละค่ะ ที่ทำให้เราตัดสินใจซื้อครีม (ซึ่งส่วนมากจะแพง) มาใช้โดยไม่ได้คำนึงว่ามันเหมาะกับผิวเราหรือไม่


การที่ใช้ครีมไม่เหมาะกับผิวของเรา ก้อไม่ต่างอะไรกับการปรุงอาหารผิดสูตรหรอกค่ะ
นั่นคือ “มันกินไม่ได้”!!
กินไม่ได้

ผิวของเรา ก้อกินครีมที่ไม่เหมาะกับลักษณะ หรือปัญหาของผิวไม่ได้เช่นกัน!

ก่อนอื่นเรามารู้จักสภาพผิวของเรากันดีกว่าค่ะ

1.) ผิวมัน : สาวๆ ส่วนมากจะมีผิวมัน รูขุมขนกว้าง เป็นสิวง่าย โดยเฉพาะสาว ๆ ในวัยสวยซ่าอย่างพวกเรา (อ๊ะ!!! ขอแอ๊บเด็กด้วยคน)
คนที่มีผิวมันจริง ๆ นั้น ผิวจะผลิตน้ำมันส่วนเกินออกมามากกว่าปกติ รูขุมขนเปิดกว้าง บางทีก้อมีสิวอักเสบ ที่เห็นชัดเจน, บางทีก้อเป็นสิวเสี้ยน ที่โผล่เป็นหนามแหลมๆ ชี้ๆออกมาให้รำคาญใจบริเวณจมูก และ T-zone
บางทีก้อมีสิวหัวขาว ที่น่าสะกิดออกนัก (มันส์มือ แฮ่มๆๆ)
เอาเป็นว่าผิวมันเนี่ย เราน่าจะรู้จักกันดี และแยกออกได้โดยไม่ต้องอธิบายมาก
วิธีบำรุงรักษา => ทำความสะอาดหน้าให้หมดจด เพื่อกำจัดความมันส่วนเกินบนใบหน้า
และควรจะสครับ+มาส์คผิวอาทิตย์ละครั้ง เพื่อกำจัดพวกเซลล์ผิวเก่าที่อุดตันอยู่ตามรูขุมขนอันกว้างขวางของพวกเรา

ใช้ผลิตภัณฑ์ oil-free ค่ะ ย้ำ! ถ้าไม่อยากทอดไข่บนผิวหน้าของเรา

2.) ผิวธรรมดา : สาวที่มีผิวแบบนี้โชคดีเป็นที่สุดค่ะ
ผิวนุ่มนวลน่าสัมผัส มีสิวบ้างก้อเป็นครั้งคราว ไม่หนักหนาสาหัสจนรับไม่ได้
ผิวมันบ้างช่วงT-zone ในวันที่อากาศร้อนจัด ๆ ไม่ได้ถึงขนาดมันเยิ้มจนทอดไข่ได้ ไม่ต้องคอยซับมันกันทั้งวัน
วิธีบำรุงรักษา => ใช้ครีมบำรุงผิวสำหรับผิวธรรมดาค่ะ ผิวแบบนี้ดูแลรักษาค่อนข้างง่าย แค่ cleanser และ ล้างหน้าให้สะอาดหมดจดแค่นั้น
ถ้ากังวลว่าอีกหน่อยริ้วรอยจะถามหา ให้ทาครีมบำรุงที่มีความชุ่มชื้นสูงๆ นิดนึง ทาข้างแก้ม (บริเวณส่วนตัว U ของใบหน้า) แล้วครีมที่เหลือ ๆ ติดมือนั่นล่ะค่ะ ค่อยทาตรง T-zone

2 ผิวแรก ดูง่าย แยกประเภทได้ชัด แต่ผิวอื่นๆ ถัดไปนี่ล่ะค่ะ ที่ต้องดูกันละเอียดนิดนึง


3.) ผิวแห้ง ขาดน้ำ : สาวๆ หลายคน โดยเฉพาะวัย 25 up จะเริ่มมีอาการผิวแห้ง ขาดน้ำ แต่ยังนึกว่าตัวเองผิวมันค่ะ
ไม่น่าแปลกใจที่จะเข้าใจผิดอย่างนั้น ขนาด BA. เครื่องสำอาง บางครั้งยังแยกไม่ออกเลยค่ะ (จนกว่าเค้าจะได้ใช้ฝ่ามือสัมผัสใบหน้างามๆ ของเราจริง ๆ สัมผัสนะคะ ไม่ใช่ตบ!! เง้ออ)
เพราะหลายครั้ง ผิวที่แห้ง ขาดน้ำเนี่ย จะผลิตน้ำมันส่วนเกินออกมามาก เพื่อชดเชยสมดุลของผิวที่ขาดหายไป และเพื่อปกป้องผิวไม่ให้แห้งกร้านกว่าที่เป็นอยู่

ผิวของเอเองก้อเป็นลักษณะนี้ค่ะ ลึกลงไปใต้ชั้นผิว ขาดน้ำอย่างแรงค่ะ แต่ว่าบนผิวหน้านั้น มัน และรูขุมขนกว้าง
สาเหตุที่ผิวแห้ง ขาดน้ำ => ด้วยวัยที่เพิ่มมากขึ้น โครงข่ายของผิวลดน้อยลง ทำให้การโอบอุ้มความชุ่มชื้นไว้กับผิวลดน้อยลงค่ะ
บางทีก้อเป็นที่ผิวเลยด้วย ที่ผิวมีโครงข่ายของผิวน้อย และห่าง
อาหารการกิน ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอก้อมีส่วนค่ะ

ทางแก้ => ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่เติมน้ำให้กับผิว และ ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นจากครีมตัวอื่นที่เราโบ๊ะๆๆลงไป ให้อยู่กับผิวให้นานที่สุด เช่นพวก emulsion (บางยี่ห้อ) หรือ sleeping pack ต่างๆ
ไม่ควรอย่างยิ่ง => ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ลดความมันของผิว เพราะมันคนละเรื่องกันเลยค่ะ

เหมือนอาหารขาดความเค็มอยู่ แต่คุณไปลดน้ำตาลออกอีก รสชาติมันยิ่งพิลึกค่ะ

4.) ผิวแห้ง มีริ้วรอย : ต่อเนื่องจากข้อ 3.) ค่ะ เมื่อผิวแห้ง ขาดน้ำ โครงข่ายผิวลดน้อยลงเป็นเวลานาน ผิวสวยใสของเรา ก้อจะเริ่มมีริ้วรอยถามหาค่ะ ทั้งบริเวณหางตา, ข้างริมฝีปาก, หน้าผากกกกก

อูยย!! ไม่อยากคิดค่ะ

วิธีสังเกตว่าผิวขาดคอลลาเจน หรือ อิลาสติน => โครงข่ายของผิว เปรียบได้กับการทอผ้าค่ะ อิอิ ใครเคยทอผ้าบ้างคะ มันจะมีเส้นตั้งและเส้นนอนค่ะ
ถ้าผิวมีริ้วรอยบาง ๆ หรือเวลาคีบผิว (ลองคีบผิวช่วงข้างแก้มขึ้นมาก้อได้ค่ะ) แล้วเห็นเป็นเส้นบาง ๆ นั่นคือขาดคอลลาเจน อันเป็นโครงข่ายผิวเส้นนอน
แต่ถ้าผิวข้างแก้มเราเริ่มย้อยลง ใบหน้าไม่เป็นรูปไข่อีกต่อไป นั่นคือขาดอิลาสติน อันเป็นโครงข่ายผิวเส้นตั้งค่ะ

ทางแก้ => ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเสริมสร้างการผลิตคอลลาเจน อิลาสตินให้กับผิว, ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความชุ่มชื้นเข้มข้น

ยิ่งถ้าผิวเป็นริ้วรอยลึก ยิ่งต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความเข้มข้นสูงมากขึ้นตามลำดับค่ะ

5.) ผิวแพ้ง่าย : ผิวตัวปัญหาอีกแบบเลยค่ะ ผิวแบบนี้จะละเอียดอ่อนมากๆ ค่ะ เรียกได้ว่าอะไรนิดอะไรหน่อยก้อแพ้ เป็นจ้ำแดงๆ เห่อขึ้นมา ไม่งั้นก้อเป็นสิวผดผุดพรายทั่วใบหน้า
คนที่ผิวแพ้ง่ายต้องหมั่นสังเกตนะคะ ว่าตัวเองแพ้อะไร เช่น บางคนอาจจะแพ้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบจากนม บ้างแพ้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบจากทะเล (เจอครีม หรือ โทนเนอร์ ที่เขียน marine เนี่ย ให้ห่างไว้เลย)
อย่างเอ เอจะแพ้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากวิตามินซี และ โสมค่ะ ถ้าเป็นวิตามินซีจำนวนน้อยมากๆๆ ก้อยังพอใช้ได้บ้าง แต่ถ้ามีวิตามินซีเป็นหลัก เช่น พวกผลิตภัณฑ์สำหรับหน้าขาวใสเนี่ย เป็นเรื่องค่ะ ผื่นเห่อขึ้นมาทันที
แล้วก้อโสมก้อใช้ไม่ได้เช่นกัน ใช้แล้วจะคัน และจ้ำแดงขึ้นเลยค่ะ

ดังนั้นต้องหมั่นสังเกตตัวเองนะคะ ไม่งั้นแทนที่จะสวย กลายเป็นจ้ำๆ ผื่นๆ หมดกันเลยค่ะ

วิธีบำรุงรักษา => ควรหลีกห่างจากผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสิ่งที่เราแพ้ อย่าเชื่อตามคำคนอื่นบอกค่ะว่าครีมตัวนั้นตัวนี้ดี ต้องดูสภาพผิวของเราเป็นสำคัญค่ะ
และควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของคาโมไมล์ (Chamomile)ซึ่งช่วยในการปลอบประโลม และฟื้นฟูให้ผิวแข็งแรง

รู้จักผิวแล้ว เลือกประเภทของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวให้เหมาะสมนะคะ ผิวจะได้รับสารอาหาร และการบำรุงนั้นอย่างเต็มที่ บำรุงกันเต็มที่++ เรียกได้ว่าให้คุ้มทุกบาท ทุกสตางค์ที่จ่ายไปเลยค่ะ

Popularity: 4%

{ 1 comment }

 Page 13 of 13  « First  ... « 9  10  11  12  13 

Valid XHTML 1.0 Strict

Valid CSS!