Popularity: 5%
{ 2 comments }
From the category archives:
Popularity: 5%
{ 2 comments }
Popularity: 7%
{ 4 comments }
Popularity: 12%
{ 5 comments }
ครีมกันแดด อีกตัวนึง ที่ไม่พูดถึงไม่ได้แน่นอน ก็คือ La Neige Star White Multi-protector SPF 40 PA+++ สุดยอดกันแดดจาก ลาเนจ
แม้ว่าสาวไทยหลายๆ คนอาจจะไม่คุ้นชินกับลาเนจ เท่ากับ skin food หรือ etude house แต่ที่เกาหลีนั้น ลาเนจ เป็นแบรนด์ที่อยู่ในระดับสูงกว่า และ ราคาค่อนข้างแพงกว่า และครีมกันแดด Star White Multi-protector นี้ ก็สุดยอด สมราคาจริงๆ เพราะเป็นทั้ง มอยส์เจอร์ไรส์เซอร์ + ครีมกันแดด + เบส ในตัวเสร็จสรรพ เวลาไปต่างจังหวัด ก็ใช้ครีมหลอดนี้ หลอดเดียว จบ~ ไม่ต้องพก day cream กันแดด หรือ เบส อื่นใดให้ยุ่งยาก แพ็คเกจก็เป็นพลาสติกแข็ง ๆ พกง่าย ไม่ต้องกลัวแตก ไม่ต้องกลัวครีมหกเลอะเทอะออกมาระหว่างพกพา
เป็น easy out-door อีกตัวนึง ที่เอชื่นชอบค่ะ
รีวิว : ครีมกันแดด เนื้อเนียน ซึมลงสู่ผิวได้เร็ว แต่จะมีความเหนอะบ้างเล็กน้อย อาจจะเป็นเพราะมีส่วนผสมของครีมบำรุง (moisturizer) อยู่ค่อนข้างมาก แต่ใช้แล้วหน้าเนียนใส เพราะมีส่วนผสมของ make up base ด้วยค่ะ แต่เป็นเบส แบบไม่มีประกายวิ้งๆ นะคะ
กลิ่น : กลิ่นหอมมาก ๆ ค่ะ มีกลิ่นอ่อน ๆ คล้าย ๆ ผลส้ม ซึ่งเป็นส่วนผสมหลักของเซ็ท Star White
ประสิทธิภาพ : ที่อยากรีวิวถึง ก็คือวันที่ไปออกแดดเยอะๆ ค่ะ (ถ้าพูดถึง ครีมกันแดดในวันปกติธรรมดา ในห้องทำงาน มันก็วัดประสิทธิภาพไม่ได้สิคะ อิอิ) เอได้ใช้กันแดดตัวนี้ ตอนที่ไปทำกิจกรรมปลูกป่าชายเลน กับ มูลนิธิ HOPE Worldwide Thailand
ซึ่งแดดแรงมากๆๆ แถมหน้ามันตลอดเวลา เพราะต้องขุดดิน อยู่กับดิน กับหิน กับเลน เลอะ ๆ เขลอะๆ ทั้งวัน ถ้านึกภาพไม่ออก ว่าป่าชายเลนเป็นอย่างไร หน้าจะมัน จะเละขนาดไหน คลิกที่นี่ เพื่อดูบรรยากาศเลยค่ะ
และตลอดทั้งวันนั้น เอก็ทากันแดด Star White Multi-protector ทับๆๆ ลงไปบนหน้ามันๆ ชื้นเหงื่อ และ เลอะดิน ไปตลอดทั้งวันค่ะ
ผลปรากฎว่า กลับบ้านไปวันนั้น สภาพผิวยังดีอยู่เลยค่ะ ไม่มีอาการของผิวระคายเคือง แสบ แดง จากแดด ทั้งที่วันนั้นแดดแรงสุดๆ และร้อนมากๆ ค่ะ แต่ว่ามีสิวเม็ดเล็ก ๆ คล้าย ๆ สิวผื่นขึ้นเล็กน้อย (ไม่เำกิน 5 เม็ดค่ะ อิอิ นับไว้ด้วย) อันนี้ก็ไม่รู้ว่าสิวขึ้นเพราะว่าทาครีมกันแดดทับๆ กัน หรือเป็นเพราะว่าวันนั้น ผิวหน้าเลอะเทอะมากๆ จริง ๆ (ทั้งดิน ทั้งเลนขนาดนั้น)
~~ ไว้คราวหน้าจะลองเอาไปใช้ที่ทะเลดูนะคะ แล้วจะมารีวิวว่าใช้แล้วเป็นอย่างไร, สิวขึ้นหรือไ่ม่, หรือดีสู้ Biore UV Perfect Milk ได้หรือเปล่าค่ะ
ราคา : 1,700 – 1,800 บาท
ถ้าจากประสิทธิภาพ เอก็ชอบมากๆๆๆ นะคะ และประทับใจความสะดวกในการพกพา ไม่ต้องพกครีมทาหน้า และเครื่องสำอาง ชิ้นอื่นๆ ไปด้วย แต่ราคาก็สูงไปนิดค่ะ
Popularity: 9%
{ 2 comments }
ใกล้หน้าร้อนแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้เลย ก็คือครีมกันแดด
และถ้าจะให้ดี ต้องเป็นครีมกันแดด ที่ดูแลผิวให้ขาว ใส สม่ำเสมอ ได้ทั่วถึง
แถมด้วยต้องเป็นครีมกันแดด สารพัดประโยชน์ ดูแลผิวเราได้อย่าง easy easy
เหมาะกับการออกไปผจญภัย out door โดยไม่ต้องแบก ต้องพกอะไรมากมายให้หนักกระเป๋า
สำหรับเอ ด้วยความเป็นคนขี้รำคาญมั่กๆๆ เอไม่ชอบเลย ถ้าต้องเดินทางไปไหน ด้วยกระเป๋าใบโตเบ้อเร่อเท่าบ้าน พกนั่นนี่นู่นมากมายติดตัวไปด้วย
วันนี้ เอมีครีมกันแดด 2 ตัวมาแนะนำล่ะ
easy – out door ครีมกันแดดตัวแรก คือ Biore ขวดสีฟ้าค่ะ
Biore มีครีมกันแดดมากมายหลายตัว ทั้งสีขาว ให้หน้า่ผ่องใส สีชมพูให้ผิวขาวอมชมพู
แต่เอเลือกสีฟ้า เพราะชอบตรงที่เป็นกันแดดที่ทาได้ทั้งหน้า และ ตัว
ประมาณว่า พกขวดเดียว ใช้ได้หัวจรดเท้า จะได้ไม่ต้องพกพาหลายขวด หลายชิ้นมากมาย
รีวิว : ครีมกันแดดเนื้อน้ำนม ซึมลงผิวได้เร็วมากๆๆๆ ไม่เหนียวเหนอะหนะ ขนาดน้องสาวเอ และเพื่อนเอ ที่ขี้รำคาญมากๆ ไม่ชอบครีมเหนอะๆ ยังใช้ตัวนี้แล้วติดใจเลยค่ะ
ครีมกันแดดนี้ ใช้แล้ว ผิวหน้าใสขึ้นด้วยค่ะ ผิวเนียนขึ้น ดูเหมือนว่า จะมีเบสผสมอยู่ด้วยเล็กน้อยค่ะ แต่ไม่มีประกายวิ้งๆ นะคะ
กลิ่น : มีกลิ่นเหมือนแอลกอฮอลล์เล็กน้อยค่ะ เลยไม่ค่อยชวนดมเท่าไหร่
ประสิทธิภาพ : ถูกใจมากมายค่ะ เพราะว่าเอเป็นคนผิวไหม้ได้ง่ายมากๆๆ คือโดนแดดแล้วเนี่ยจะไม่ดำนะคะ แต่จะแดง แสบ แล้วลอกเป็นแผ่นๆๆๆ เหมือนตุ๊กแกลอกคราบเลยค่ะ แต่เอใช้กันแดด Biore ตัวนี้ไปทะเลมาหลายรอบแล้ว ผิวก็ไม่ดำ ไม่แสบ ไม่ระคายเคืองเลยค่ะ จนมีแต่คนทักว่า “นี่ผิวคนไปทะเลมาจริงๆ เหรอเนี่ยย”
เอชอบดำน้ำมากๆๆๆ ดังนั้น เอจะพกเจ้า Biore ขวดนี้ติดกระเป๋าออกไปทะเลด้วยเลย พอขึ้นจากดำน้ำที่แต่ละเกาะ ก็ทาๆๆๆ เจ้าขวดนี้ค่ะ แม้ทาง Biore จะบอกว่า ขวดนี้เนี่ยกันน้ำ แต่เอก็ทาเผื่อๆ ไว้ค่ะ เพราะแดดบ้านเราแรงสุดยอด~
ซึ่งตรงนี้ ทำให้ประทับใจสุดๆ เพราะแม้จะทาทับๆ ลงไป บนผิวหน้าที่เปียกน้ำทะเล โดนแดด โดนลม ผิวก็ไม่ระคายเคือง ไม่ขึ้นสิว ไม่ขึ้นผื่น ไม่แพ้เลยค่ะ ทั้งที่ปกติ ถ้าผิวไม่สะอาดแบบนี้ แล้วทาครีมทับๆ ลงไป เอจะเป็นสิว แล้วก้อแพ้ด้วย……
ราคา : 265 บาท แต่บางร้านมีโปรโมชั่นก็เหลือประมาณ 240 บาท
โดนใจคนแพ้ง่าย พกชิ้นเดียว ไปได้ทุกที่ แถมราคาเป็นมิตรกระเป๋าสตางค์อย่างนี้
เอาดาวยิ้มไปเลย 5 ดาวค่ะ ^^
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง : รีวิว : easy out-door ครีมกันแดด (Part 2 La Neige Star White Multi-protector)
Popularity: 44%
{ 7 comments }
เอสเซนส์และครีม จาก วิตามินซีบริสุทธิ์ ของ Rojukiss เวชสำอางค์จากประเทศเกาหลี
เมื่อเห็นการรักษาวิตามิน ให้สด ใหม่ จนหยดสุดท้าย ของ Laura Mercier Multi-vitamin serum เลยอดไม่ได้ ที่จะนึกถึงเซ็ท Pure Vita C ของ Rojukiss แบรนด์ดังจากเกาหลี ขึ้นมาติดหมัดเลยค่ะ
ในเซ็ท Pure Vita C ถ้าเทียบกับ Multi-vitamin serum ที่ตรงตัวที่สุด ก็คงจะเป็น Rojukiss Pure Vita C Daul Booster เพราะทำหน้าที่เป็นซีรั่มเหมือนกัน
แต่ข้อแตกต่างคือ Rojukiss Pure Vita C Daul Booster จะชูจุดขายที่วิตามินซีบริสุทธิ์
โดย Rojukiss ได้ทำการแยกระหว่าง ผงวิตามินซีบริสุทธิ์ และ เอสเซนส์วิตามินซีออกจากกัน โดยบรรจุผงวิตามินซีในกระเปาะสุญญากาศในขวดอีกชั้นหนึ่ง เพื่อรักษาความสด ใหม่ ของวิตามิน
วิธีใช้ :
1 เปิดฝาออกแล้วออกแรงกดตัวปั๊มด้านบน กดแรงๆ คาไว้สัก 5วินาที กระเปาะสูญญากาศจะเปิดออก
2 เขย่าประมาณ 20 ครั้ง จนผงวิตามินซีผสมกับเอสเซนต์ วิตามินซีจะละลายกลายเป็นน้ำใส ๆ
3 กดหัวปั้มประมาณ 2-3 ครั้ง วิตามินซีเอสเซนต์จะออกมาพอประมาณสำหรับการทาหน้า 1 ครั้ง
4 เนื่องจากวิตามินซีจะเสื่อมสลายเมื่อโดนแดด เพื่อให้ได้ผลสูงสุด แนะนำให้ใช้ในเวลาเย็น หรือก่อนเข้านอน หากต้องการใช้ในตอนเ้ช้า ควรทาครีมกันแดดทับอีกครั้ง
5 สำหรับผิวที่อ่อนบางหรือแพ้ง่าย อาจจะเกิดอาการระคายเคืองผิวหรือว่าแสบในช่วงแรก หลังจากใช้ไปสักระยะผิวหน้าปรับตัวและได้ผลดีขึ้น
6 ใช้ในขั้นตอนของเอสเซนส์ หรือทาวิตามินซีก่อนแล้วทาเอสเซนส์/ ซีรั่ม ที่ใช้ปกติ
วิธีเก็บรักษา : หากยังไม่ทำการเปิดขวด หรือกดฝาปั๊มให้ผงวิตามินออกจากกระเปาะสูญญากาศ
สามารถเก็บไว้ในอุณหภูมิห้องที่อากาศถ่ายเท
แต่ถ้าหากกดฝาปั้มให้ผงวิตามินซีผสมกับเอสเซนต์แล้ว ต้องเก็บไว้ในตู้เย็น
และควรใช้ให้หมดภายใน 2 อาิทิตย์ เนื่องจากหลังสองอาทิตย์แล้ว
วิตามินซีจะเสื่อมคุณภาพลง
จากจุดนี้เองที่อาจจะทำให้ Rojukiss Pure Vita C Daul Booster ด้อยกว่า Laura Mercier Multi-vitamin serum เพราะว่ามีข้อจำกัดที่ต้องใช้ให้หมด ภายใน 2 สัปดาห์
อย่างไรก็ตาม Rojukiss ได้พยายามแก้ปัญหาเรื่อง อายุของผลิตภัณฑ์ โดยการทำให้ ขวดผลิตภัณฑ์มีขนาดเล็ก บรรจุปริมาณที่เพียงพอต่อการใช้ 2 สัปดาห์เท่านั้น
ขนาดที่จำหน่าย : 1 กล่อง ประกอบด้วย 4 ขวดเล็ก (เท่ากับ 1 กล่อง จะใช้ได้ 2 เดือน)
รีวิว :จากการใช้เพียง 1 ครั้ง (เพราะเอแพ้วิตามินซีค่ะ ถ้าเข้มข้นมากๆ อย่างนี้ หรือ บริสุทธิ์มากๆ อย่างนี้ เอจะใช้ไม่ได้ ไม่ว่าแบรนด์ใดๆ ก็ตามค่ะ ผิวจะเห่อ แดงๆ ขึ้นทันที)
กลิ่น : มีกลิ่นหอมแบบผลส้ม แต่ว่ายังคงกลิ่นแบบเวชสำอาง
ประสิทธิภาพ : ใช้แล้วผิวนุ่ม เนียนขึ้นทันทีหลังการใช้ ซึมเข้าสู่ผิวได้ดี
**เนื่องจาก เอแพ้วิตามินซี เลยไม่กล้าทดลองใช้ต่อเนื่อง จึงไม่สามารถรีวิวประสิทธิภาพในการรักษาริ้วรอย, ช่วยให้ผิวขาว กระจ่างใส ลดฝ้า กระ ได้ **
ราคา : 1,250 บาท สำหรับ ซีรั่ม วิตามินซีบริสุทธิ์ ที่ใช้ได้นานถึง 2 เดือน ถือว่าคุ้มค่า คุ้มราคาค่ะ
สำหรับตัวต่อมา ที่น่าจะเทียบได้ใกล้เคียงกับ Laura Mercier Multi-Vitamin serum ในแง่ของบรรุจภัณฑ์ที่แยกเป็น 2 ขวดออกจากกัน เพื่อยืดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ ก็คือ Rojukiss Pure Vita C Dual Mix
Rojukiss Pure Vita C Dual Mix จะมีกลิ่น และ ประสิทธิภาพ ที่ใกล้เคียงกับ Rojukiss Pure Vita C Daul Booster แต่จะบำรุงได้เพียงผิวชั้นนอก เพราะเป็นเพียง moisturizer ไม่ได้ลงลึกถึงผิวชั้นในเหมือนกับ Rojukiss Pure Vita C Daul Booster และ Laura Mercier Multi-vitamin serum ค่ะ
Rojukiss Pure Vita C Dual Mix ราคาประมาณ 2,000 บาทค่ะ
ดังนั้นสำหรับรีวิวนี้ ขอให้คะแนนเซ็ท Pure Vita C ดีหน่อย เพราะถูกใจราคานะคะ
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง : รีวิว : วิตามินที่สด ใหม่ จนหยดสุดท้าย Laura Mercier Multi-Vitamin Serum
Popularity: 43%
{ 8 comments }
วิตามิน A, C, E ที่สด ใหม่ จนหยดสุดท้าย
เพราะวิตามิน มีการทำละลายได้ดีในต่างสภาวะกัน
เช่น วิตามิน เอ และ ซี ทำละลายได้ดีในน้ำ
และวิตามิน อี ทำละลายได้ดีในไขมัน
Laura Mercier จึงได้จัดชุด multi-vitamin serum โดยแยกเป็น 2 ขวด
ระหว่างวิตามินที่ละลายในน้ำ และ วิตามินที่ละลายในไขมัน เพื่อให้วิตามินทำหน้าที่ของตนได้อย่างเปี่ยมประสิทธิภาพที่สุด
โดยขวดบรรจุนี้ ได้ทำเป็นขวดสุญญากาศเพื่อป้องกันอากาศเข้า (จะทำให้อายุ และประสิทธิภาพของวิตามินลดลง)
และมีสีชา (เพื่อป้องกันแสงแดด ที่จะทำให้ประสิทธิภาพของวิตามินเสื่อมสลาย)
วิธีใช้ : บีบวิตามินจากแต่ละขวด ขวดละ 1 ปั๊ม ผสมกันบนฝ่ามือ จากนั้น ลูบไล้ ให้ทั่วใบหน้า และ ลำคอ
รีวิว : จากที่ได้ลองใช้ 1 ครั้งตอนไปเรียนแต่งหน้า
กลิ่น : หอมมาก แต่ไม่ใช่หอม แบบ ใส่หัวน้ำหอม แต่เป็นกลิ่นจากธรรมชาติ ของพืชตระกูลส้ม (ที่ให้วิตามินซี)
ประสิทธิภาพ : ประเมินผลจากการใช้เพียง 1 ครั้งนะคะ
หลังจากลูบไล้ซีรั่มทัวใบหน้า และลำคอแล้ว ผิวนุ่มขึ้นในทันที และไม่รู้สึกตึง หรือระคายเคืองผิว (ปกติเอจะผิวแห้งมาก หลังจากล้างหน้า ผิวมักจะแห้งตึงค่ะ)
ในขณะเดียวกัน ก็ไม่ทำให้หน้ามัน เยิ้ม (สังเกตจากระหว่างที่รอคุณสุ สอนแต่งหน้าในขั้นตอนต่อๆ ไป ผิวก็ไม่ได้มัน ๆ หรือ เยิ้มๆ ขึ้นมาค่ะ)
ดูเหมือนว่าพอทาแล้ว ซีรั่มตัวนี้จะซึมหายเข้าไปในผิวเลย
** เนื่องจากไม่ได้ใช้ต่อเนื่อง จึงไม่สามารถยืนยันได้ว่า ซีรั่มตัวนี้จะลดริ้วรอยได้ดีหรือไม่ ทำให้ผิวขาวใสขึ้น ลดฝ้า กระ ได้จริง ตามคำโฆษณาหรือไม่ **
ราคา : 2,880 บาท ถือว่าเป็นราคาที่ค่อนข้างสูงค่ะ หุหุ สำหรับซีรั่ม ที่น่าจะใช้ได้นานประมาณ 2 เดือน
ดังนั้นรีวิวนี้ ขอหักคะแนนตรงราคาหน่อยละกันนะคะ หุหุ
แต่ถ้าใครพอจะจ่ายไหว ก็คิดว่าน่าลองค่ะ
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง : แต่งหน้าง่าย ๆเน้นโชว์ผิวสวย กับ Laura Mercier (Part 1 เตรียมผิว)
Popularity: 7%
{ 2 comments }