เรื่องที่คุณไม่เคยรู้เกี่ยวกับน้ำหนักตัว

by cosmetic on June 18, 2009

นิตยสาร “สรรสาระ Reader’s Digest” เมษายน 2552 ตีพิมพ์เรื่อง “13 เรื่องที่คุณไม่เคยรู้เกี่ยวกับน้ำหนักตัว” ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟัง 12 ข้อ ที่จะทำให้เราสบายใจขึ้น

memei-24

(1). พันธุกรรมมีผล

รหัสพันธุกรรมหรือ DNA ของคนเรามีชุดการแสดงผลที่เรียกว่า “ยีนส์ (genes)” ทุกวันนี้มีการค้นพบ “ยีนส์(ที่ทำให้)อ้วน” หลายชุด ทว่า… ชุดสำคัญน่าจะเป็น ‘FTO’

การแสดงออกของยีนส์นี้แสดงผลได้ทั้งแบบเป็นคู่ (กรณีมี 2 ยีนส์) หรือแบบเดี่ยว (กรณีมียีนส์เดียว) ทว่า… ความแรงไม่เท่ากัน
ถ้ามียีนส์นี้ 2 ชุดจะมีโอกาสเป็นเบาหวานเพิ่มขึ้น 40% อ้วนเพิ่มขึ้น 60% ถ้ามียีนส์เดียว… ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น (แต่น้อยกว่าคนที่มี 2 ยีนส์)
ข่าวร้ายคือ ประชากรครึ่งหนึ่งมียีนส์ FTO 1 ชุด และอีก 16% มียีนส์ FTO 2 ชุด ข่าวดีข่าวแรกคือ การออกกำลังช่วยลดความเสี่ยงจากยีนส์นี้ได้ ข่าวดีข่าวที่ 2 คือ เราจะได้โทษยีนส์ (พันธุกรรม) และมีความรู้สึกดีๆ กับตัวเรามากขึ้น

(2). สำคัญที่ 5 กิโลฯ แรก ผลการวิจัยจากฟินแลนด์ทำการศึกษาในฝาแฝดพบว่า ถ้าน้ำหนักเกินมาตรฐาน 5 กิโลกรัมขึ้นไป การเผาผลาญจะช้าลงมาก ทำให้ลดความอ้วนยาก เพราะฉะนั้น… ถ้ายังไม่ถึง 5 กิโลฯ ควรระวังอย่าให้น้ำหนักเกินไปจนถึง 5 กิโลฯ ถ้าเกิน 5 กิโลฯ ไปแล้วก็ขอให้สบายใจไว้ เพราะจะได้โทษว่า ระบบเผาผลาญมันไม่ดีเอง

(3). ยิ่งเครียดยิ่งเสี่ยง ความเครียดทำให้คนเราโหยหาคาร์บ (คาร์โบไฮเดรต = แป้ง น้ำตาล) มากขึ้น และสะสมไขมันมากขึ้น ถ้าลดเครียดได้ก็ลดเสี่ยงอ้วนได้ เช่น ออกกำลัง โยคะ ไทเกก-ไทชิ หาเรื่องสนุกๆ ทำกันทั้งบ้าน ฯลฯ

(4). อ้วนได้ตั้งแต่ในท้องแม่ การทดลองในหนูพบว่า คุณแม่ที่กินอาหารไขมันหรือน้ำตาลสูงเพิ่มเสี่ยงคุณลูกอ้วน

(5). ลดอ้วนยากถ้าอดนอน คนที่นอนต่ำกว่าคืนละ 7 ชั่วโมงทำให้ฮอร์โมนเลพทินที่ทำให้รู้สึกอิ่มลดลง และฮอร์โมนเกรลอินที่ทำให้รู้สึกหิวเพิ่มขึ้น

(6). แฟนอ้วนก็เสี่ยง มีแฟนอ้วนเพิ่มเสี่ยงอ้วน 37%

(7). ไวรัสอาจทำอ้วน การศึกษาในไก่พบว่า อดีโนไวรัสเพิ่มเสี่ยงอ้วน ซึ่งอาจพัฒนาไปเป็นวัคซีนได้
ตอนนี้ยังไม่มีวัคซีน แต่ก็มีคนรู้สึกดีขึ้นหลายคน เพราะได้แพะรับบาปตัวใหม่แล้ว

(8). คุกกี้อาจเป็นยาเสพติด การศึกษาจากนิวยอร์คพบว่า อาหารอร่อยๆ เช่น คุกกี้ ฯลฯ อาจทำให้คนที่มีระดับสารโดพามีนในสมองต่ำเสพติดได้ ทำให้ต้องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ต่อไปตำรวจคงจะเหนื่อยขึ้น… ต้องตั้งด่านตรวจยาบ้าด้วย ตรวจคุกกี้ด้วย

(9). โรคหูอาจทำอ้วน การศึกษาจากฟลอริดาพบว่า คนที่มีหูอักเสบหลายครั้งเสี่ยงอ้วนเพิ่ม 35%
กลไกที่อาจเป็นไปได้คือ เส้นประสาทรับรสอยู่ใกล้หูชั้นกลางเสื่อม ทำให้การรับรสแย่ลง เลยต้องกินอาหารไขมันสูงและหวานขึ้น
การป้องกันหูชั้นกลางอักเสบที่สำคัญคือ ไม่สูบบุหรี่ และไม่หายใจเอาควันบุหรี่ที่คนสูบเข้าไปตั้งแต่เด็ก

(10). สารต้านอนุมูลอิสระลดอ้วน การศึกษาจากออสเตรเลียพบว่า อนุมูลอิสระทำลายเซลล์บอกความรู้สึกอิ่ม (ทำไมไม่ทำลายเซลล์ที่บอกความรู้สึกหิวก็ไม่ทราบ)

การป้องกันโรคอ้วนจึงควรใช้อาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงได้แก่ ผัก ผลไม้ทั้งผล เห็ด ถั่ว งา ธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ฯลฯ ลดอาหาร “ผัดๆ ทอดๆ” ลดแป้งขาว ลดน้ำตาล (ถ้าทำข้อนี้ได้ก็เข้าใกล้ความผอมไปแยะแล้ว) น้ำมันพืชชนิดดี เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันมะกอก (น้ำมันมะกอกทนความร้อนสูงจากการทอดได้ไม่ดี) ฯลฯ

(11). สูตรอาหารลดอ้วน เดิมเน้นการอดๆๆๆ… แนวคิดใหม่ในการลดอ้วนคือ ให้เลือกกินอาหารคล้ายข้อ (10) บวกโปรตีนไขมันต่ำ เช่น เนื้อไม่ติดมัน ฯลฯ โดยให้กินผักกับผลไม้ไม่หวานจัดได้มากขึ้น

(12). อ้วนก็แข็งแรงได้ ผลการศึกษาใหม่พบว่า คนอ้วน 32% และคนที่มีน้ำหนักเกิน 51% มีผลการตรวจสุขภาพดี แถมความดันเลือด ไขมันในเลือด(โคเลสเตอรอล) และระดับน้ำตาลในเลือดดี ขณะที่คนผอม 23.5% มีผลการตรวจเลือดผิดปกติ
อีกการศึกษาหนึ่งพบว่า ผู้ชายที่แข็งแรงมีโอกาสเสียชีวิตจากมะเร็งต่ำกว่าผู้ชายที่อ่อนแอ (ไม่ว่าจะอ้วน ปานกลาง หรือผอม)
แนวคิดใหม่คือ ขอให้ตั้งเป้าเป็น “คนแข็งแรง” ไว้ก่อน เรื่องลดน้ำหนักไว้ทีหลังก็แล้วกัน

อ้างอิง : http://gotoknow.org/blog/health2you/251795

ซ่าาาาได้อีก ที่นี่!bookmark bookmark bookmark bookmark bookmark bookmark bookmark bookmark bookmark bookmark bookmark bookmark

Popularity: 5%

No related posts.

Related posts brought to you by Yet Another Related Posts Plugin.

Leave a Comment

Previous post:

Next post:

Valid XHTML 1.0 Strict

Valid CSS!